มารถมากมายนัก…!”
ทว่ายังไม่ทันพูดจบ ลู่เฉินกลับกล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน “ข้าหมายถึงพลังความสามารถที่เจ้ามี ณ ตอนนี้ ส่วนพวกความสามารถที่เคยมีเมื่อครั้งอดีตนั้นไม่จำเป็น เพราะถึงพูดไปมันก็ไร้ประโยชน์ใดในยามนี้”
ประโยคของชายหนุ่มคล้ายน้ำเย็นสาดเข้าหน้า ทำให้เจ้าแมวพองขนขึ้นมาอย่างไม่พอใจ ก่อนที่ตัวของมันจะเหี่ยวแฟบลงคล้ายลูกหนังถูกปล่อยลม มันพูดเสียงแผ่วเบาราวกระซิบว่า “ความสามารถของข้าคือความเร็ว! ข้าเร็วเสียจนแม้แต่เงาก็ไล่ตามไม่ทัน!”
”แล้วอันใดอีก?”
”รวดเร็ว เร็วจนสามารถทำร้ายผู้คนโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัว!”
”เอาเฉพาะเจาะจงกว่านี้หน่อย!”
เจ้าแมวยื่นกรงเล็บของมันออกมา เผยให้เห็นกรงเล็บแหลมคม ก่อนที่อุ้งมือมังคุดของมันจะตะปบไปทางก้อนหิน สร้างรอยร้าวลึกในหินก้อนนั้นอย่างง่ายดายคล้ายกับว่ามันเป็นเพียงเต้าหู้นิ่ม ๆ เท่านั้น
”ใช่ได้!” ลู่เฉินกล่าวชม ก่อนที่เจ้าแมวจะพูดต่ออย่างภาคภูมิใจว่า “มีอีกอย่างที่ทรงพลังที่สุด”
”คือ? ”
”ข้ากลืนไอมารได้ และข้าก็พ่นไอมารออกมาได้ด้วย!” แมวตัวนี้อ้าปากขณะพูด ก่อนที่ไอมารซึ่งเหลืออยู่รอบด้านจะถูกมัน ‘กลืน’ ลงไปในคราวเดียว
จากนั้นครู่ต่อมา แมวตัวนี้ก็ทำท่าถ่มน้ำลาย ทำให้ไอมารเข้มข้นสีม่วงแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณอีกครั้ง
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ลู่เฉินก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ใช้ได้ ต่อจากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าสัตว์ประหลาดกลืนพ่น!”
“ไม่เอา ชื่อนี้มันหยาบคายเกินไป!” เ