ิ่งที่ทำลงไป
บางคนถึงกับถามว่าลูเฉินมาจากสำนักใด ส่วนบางคนอยากกราบคารวะลู่เฉินเป็นอาจารย์
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ลู่เฉินก็รู้สึกว่านี่เป็นเวลาที่จะชักจูงผู้คนเข้าสำนักเก้าสุขสงบ ดังนั้นเขาจึงมองไปที่ทุกคนด้วยรอยยิ้ม “ข้ามาจากสำนักเก้าสุขสงบ ถ้าเจ้าต้องการเรียนรู้เคล็ดวิชาต่าง ๆ ที่ข้ามี เจ้าสามารถไปที่สำนักเก้าสุขสงบได้หลังจากที่เจ้าออกไปแล้ว”
“สำนักเก้าสุขสงบ…” ทุกคนต่างตกใจ
“อันใด เจ้าไม่เชื่อหรือ?” ลู่เฉินมองไปที่คนเหล่านี้แล้วหัวเราะ
แน่นอนว่าทุกคนย่อมไม่เชื่อ และบางคนถึงกับกระซิบว่า “ผู้อาวุโส สำนักเก้าสุขสงบตกต่ำไปนานแล้ว ท่านไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร?”
”ถูกต้อง สำนักเก้าสุขสงบได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว…”
แต่ลู่เฉินกลับมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “มันเคยเป็นอดีตไปแล้ว ทว่าตอนนี้เมื่อมีข้าอยู่ สำนักเก้าสุขสงบก็จะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง!! ถ้าเจ้าอยากจะกราบคารวะข้าเป็นอาจารย์หรือเรียนรู้ทักษะของข้าจริง ๆ เช่นนั้นเจ้าก็สามารถไปที่สำนักเก้าสุขสงบได้ อีกเดี๋ยวข้าจะไปจะสั่งสอนที่สำนักเก้าสุขสงบด้วยตัวเอง!”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนสนใจขึ้นมา พวกเขาจึงทยอยกันบอกว่าพอออกไปแล้วจะไปที่สำนักเก้าสุขสงบ
ไม่เพียงแค่นั้น คำพูดของลู่เฉินได้แพร่กระจายไปทั่วแดนวิญญาณ ทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างไปที่สำนักเก้าสุขสงบ
โจวกังที่เห็นภาพทั้งหมดนี้เพียงพูดอย่างอิจฉาว่า “ผู้อาวุโส ถ้าท่านทำเช่น