ูตมารก็พลันเอ่ยอย่างโมโหว่า “เจ้า… ฝากไว้ก่อนเถิด!”
ครู่ต่อมาทูตมารก็หายตัวไป
ส่วนลู่เฉิน เขาหันมองไปที่หลี่ว์ซือซึ่งกำลังรออยู่แล้วจึงฉีกยิ้ม “ไปกันเถอะ!”
หลี่ว์ซือเดินตามไปอย่างว่าง่าย ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย “ไอมารหายไปที่ใดแล้ว?”
”เพราะแหล่งกำเนิดของไอมารไม่อยู่แล้ว ส่วนไอมารที่อยู่รอบ ๆ ก็ถูกดูดซับไป ดังนั้นมันจึงหายไปหมด” คำพูดของลู่เฉินทำให้หลี่ว์ซืองงงวย “แหล่งกำเนิด?”
ทว่าลู่เฉินไม่ได้อธิบายอันใด เพียงเดินต่อไปตามทาง
หลังจากเดินออกจากสุสานนี้ไปได้ครู่หนึ่งก็เห็นว่าต้นไม้แห้งรอบ ๆ เริ่มแตกหน่อ และปราณโดยรอบก็ค่อย ๆ ฟื้นตัว
หลี่ว์ซือที่เห็นพลันรู้สึกอัศจรรย์ใจ
ทว่าลู่เฉินไม่ได้รู้สึกอะไรมาก เขาสงบจิตใจและพาหลี่ว์ซือเดินทางไปยังเขตที่หนึ่ง
ภายในโรงเตี๊ยม ลู่เฉินได้พบโจวกังอีกครั้ง
เมื่อโจวกังเห็นลู่เฉิน เขาก็แสดงท่าทางแปลก ๆ “ข้าว่าแล้ว! …ผู้อาวุโส ท่านทำได้อย่างไร?”
”อันใดคือทำได้อย่างไร?”
”ว่ากันว่าท่านได้ปลดปล่อยผู้คนทั้งหมดจากกลุ่มกองกำลังทั้งสิบ และตอนนี้ผู้คนมากมายก็พากันบูชาสรรเสริญว่าท่านเป็นวีรบุรุษ” ทันทีที่โจวกังพูดจบ ผู้คนมากมายก็ล้อมเข้ามา
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนของกลุ่มกองกำลังทั้งสิบ และเมื่อพวกเขาเห็นลู่เฉิน คนทั้งหมดก็พากันกล่าวคำขอบคุณและมอบของขวัญให้ชายหนุ่ม
สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มงุนงงเล็กน้อย เพราะเขาไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้เพียงเพราะส