พวกเขา เช่นนั้นก็จงมานี่ ข้าจะช่วยเอาโลหิตของเจ้าคืนมา!”
ทุกคนที่ได้ยินต่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่ายังไม่ทันได้ทำอันใด ทูตมารกลับเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวเสียก่อน “ใครก็ตามที่เข้าไปหามัน เช่นนั้นก็เตรียมใจเผชิญหน้ากับตำหนักวิญญาณสวรรค์ได้เลย!”
“ตำหนักวิญญาณสวรรค์? มันกล้ามาหรือ?” ลู่เฉินยิ้ม
ทูตมารที่ได้ยินก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด แต่ปากก็ยังคงกล่าวว่า “ขอแค่พวกเขาทรยศ ตำหนักวิญญาณสวรรค์ย่อมมาลงทัณฑ์แน่!”
ทุกคนเริ่มลังเล ส่วนลู่เฉินก็ถือป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ในมือโบกไหว ๆ พลางส่งยิ้มให้ทุกคน “เจ้าไม่อยากลองจริง ๆ หรือ?”
บางคนที่โหยหาอิสรภาพพลันยืนขึ้นทันที ก่อนจะทยอยขอความช่วยเหลือจากลู่เฉิน
และหลังจากที่ได้คนมาจำนวนหนึ่งแล้ว ชายหนุ่มก็ได้สั่งให้พวกเขาบีบโลหิตของตนเองออกมา
ทุกคนยอมทำตาม และปล่อยให้ทูตมารที่อยู่ข้างหลังสาปแช่งด้วยความโกรธ “พวก… พวกเจ้าจบไม่สวยแน่!”
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่เฉินได้ก็ใช้ค่ายกลหวนโลหิตที่วางไว้รอบ ๆ ดึงป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ที่สลักเลขสามมาอยู่ในมือ
ทุกคนพลันตกตะลึง
ทว่าลู่เฉินก็เพียงมองไปรอบ ๆ ด้วยรอยยิ้ม “ผู้ใดมาจากเขตที่สาม?”
ยามนี้เอง คนที่มอบโลหิตบางคนก็ได้ยกมือขึ้น เช่นเดียวกับคนที่ไม่มีส่วนร่วมก่อนหน้าที่ดูคล้ายจะสนใจ
หลังจากนั้นลู่เฉินก็ ‘ดูด’ แผ่นป้ายของเขตที่เจ็ดมาเพิ่ม ชายหนุ่มพลันพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะปลดปล่อยพวกเจ้า!”
แม้จะมีหลายคนไม่เชื่อใน