ไกล ๆ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห “เป็นเจ้าอีกแล้ว!”
ลู่เฉินที่รู้สึกตัวจึงฉีกยิ้มกว้างอย่างยียวน “เจ้าคิดจริงหรือว่าขอเพียงเอาป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ไป แล้วข้าจะไม่สามารถปลดปล่อยคนพวกนั้นได้?”
“เจ้า แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่!” ทูตมารผู้นี้รู้สึกราวกับจะกลายเป็นบ้า!
“ข้าคือใครไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ ข้าต้องการป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์พวกนั้นทั้งหมด!”
ทูตมารที่ได้ยินพลันโมโหขึ้นมาทันที “ฝันไปเถอะ!”
“ภายในสุสานนี้ มีผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้จำนวนไม่น้อยที่มาจากกลุ่มกองกำลังต่าง ๆ ส่วนข้า เพียงแค่ได้ของบางอย่างมากพอก็สามารถเรียกแผ่นป้ายส่วนอื่นมาได้แล้ว”
ทูตมารผู้นี้ระเบิดโทสะออกมาทันที “ข้าจะหยุดเจ้า!” หลังทูตมารตะโกนก้อง เขาก็หายไปจากตรงนั้น
ทว่าลู่เฉินก็เพียงยิ้มเย็นชา ไม่คิดกลัวแม้แต่น้อย “คิดหยุดข้า? เช่นนั้นก็รอดูว่าพวกเจ้าจะเอาอะไรมาหยุดข้า!”
ลู่เฉินก็เดินนำหลี่ว์ซือเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว
ทว่าหลี่ว์ซือกลับรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย “พวกเขาคงไม่แอบซุ่มกันอยู่ด้านในใช่หรือไม่?”
“วางใจเถิด ลำพังความสามารถของพวกเขา ย่อมไม่สามารถสร้างเรื่องอะไรได้!” ลู่เฉินไม่ใส่ใจคนพวกนั้นสักนิด
นี่จึงทำให้หลี่ว์ซือแปลกใจ …ลู่เฉินเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานคนหนึ่ง เหตุใดเมื่อเผชิญหน้ากับขั้นก่อกำเนิดกลับนิ่งเฉยขนาดนี้ และยังทำตัว ‘บ้า’ มากด้วย!
แต่ก็ไม่มีใครอธิบายแก่หลี่ว์ซือได้ เขาจึงทำได้เพียงตีสีหน้า