“หมายความว่า การรักษาความสงบของป่านี้เป็นหน้าที่ของสำนักพันสูญ?”
“ใช่ขอรับ!”
“แล้วผู้นำของพวกเจ้าเล่า?” ลู่เฉินถามด้วยความแปลกใจ ชายดาบคู่จึงตอบกลับมาว่า “ท่านผู้นำ… อยู่ที่ทางเข้าสุสาน!”
“เช่นนั้นหรือ…. อืม เจ้า! หากเจ้าอยากจัดการตำหนักวิญญาณสวรรค์ เช่นนั้นก็จงนำทางไป!”
จบประโยคดังกล่าวของลู่เฉิน ชายผู้นั้นก็รีบนำทางไปทันที ส่วนผู้คนที่เฝ้ามองอยู่รอบ ๆ ก็ไม่กล้าขัดขวาง เพราะว่าแม้แต่ตำหนักวิญญาณสวรรค์ ลู่เฉินยังไม่เกรงกลัว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดว่าตนจะมีกำลังมากพอที่จะขัดขวางชายหนุ่มได้
คนเหล่านั้นจึงทำได้เพียงเปิดทาง
ลู่เฉินเดินนำหลี่ว์ซือไปโดยมีชายดาบคู่ที่เดินนำอยู่ด้านหน้า
พวกเขาเดินลึกเข้าไปโดยมีคนอีกไม่น้อยติดตามมา จนกระทั่งมาถึงป่าอันแห้งแล้งแห่งหนึ่ง
ต้นไม้ในที่นี้แม้แต่ใบไม้สักใบก็ไม่มี จะมีก็แต่ความแห้งแล้งที่แผ่บรรยากาศปกคลุมไปทั่ว
ไม่เพียงเท่านั้น พลังปราณของที่นี่ก็เบาบางมากมาก เมื่อเทียบกับด้านนอกแล้ว หากข้างนอกมีปราณหนาแน่นเต็มสิบส่วน เช่นนั้นด้านในนี้ก็มีเพียงแค่หนึ่งส่วนเท่านั้น!
“เป็นเช่นนี้เลยหรือ?” ลู่เฉินรู้สึกว่าที่นี่ต้องมีอะไรบางอย่างที่ส่งผลต่อพลังปราณที่นี่แน่ และขณะนั้นเอง ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังมาจากภายในเกี้ยวหยกขาวที่ถูกแกะสลักไว้ “ข้าให้พวกเจ้ารักษาความสงบภายนอกไว้ไม่ใช่หรือ?”
ทันทีที่ได้ยินเสียง คนเหล่านั้นต่างหวาดกลัวจนไม่รู้จะพูดอันใด พวกเขาทำได้เพีย