“จะเอาอย่างไรกับเขา?”
จินอวิ๋นซานที่ได้ฟังคำนี้ก็หวาดกลัวอย่างมาก ถึงขนาดร้องขอชีวิตออกมา “ผู้อาวุโส… อย่า… อย่าฆ่าข้าเลย!”
ลู่เฉินที่เห็นท่าทีดังนั้นก็ก้มลงมองหัวที่ล้านเลี่ยนหลังหมวกเกราะนั้น ก่อนจะหันมองไปทางฟาเทียนที่เดินเข้ามา
ฟาเทียนที่เห็นภาพตรงหน้าก็พลันอธิบายว่า “เขาเป็นเสมือนลูกศิษย์ของข้าคนหนึ่ง!”
เมื่อลู่เฉินได้ยินดังนั้น เขาจึงให้หลี่ว์ซือปล่อยตัวอีกฝ่ายไป ก่อนที่คนทั้งคู่จะพากันออกไปจากที่แห่งนี้
ทางด้านของจินอวิ๋นซานที่หวาดกลัว เขาก็รีบเข้ามาใกล้และแสดงความเคารพฟาเทียนทันที “ท่านผู้นำ… เขา”
“ไม่ต้องสนใจแล้ว ส่วนเจ้าก็จงจัดการธุระที่นี่ให้เรียบร้อย แล้วตามข้าออกไปจากแดนวิญญาณแห่งนี้!”
“ท่านผู้นำ เรา… เราจะไปที่ใดกัน?”
“กลับสำนัก!” เมื่อฟาเทียนพูดจบ เขาก็สั่งให้จินอวิ๋นซานไปเตรียมตัว ซึ่งจินอวิ๋นซานก็ขานรับและรีบไปเตรียมตัวทันที ส่วนทางด้านฟาเทียนนั้น เขาก็กำลังจ้องมองตามแผ่นหลังของลู่เฉินที่เดินออกไปไกลแล้ว พลางพึมพำออกมาว่า “แท้จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงสนใจท่านบรรพชนนัก?”
…
ลู่เฉินที่กำลังเดินทางได้หันไปพูดกับหลี่ว์ซือว่า “อีกสักพักพวกเราจะไปยังป่ารกร้าง”
“ป่ารกร้าง เขตที่ห้านั่นน่ะหรือ?” หลี่ว์ซือประหลาดใจ
“เจ้ารู้จัก?”
“ป่ารกร้าง ถือเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างพิเศษในแดนวิญญาณ ดังนั้นแน่นอน ข้าย่อมรู้จัก”
“โอ้? พิเศษเช่นไร?”
“ป่านั่นไม่มีวิญญาณ พลังปราณภายในก็เ