ทำให้ชายผู้ถือดาบคู่คนนั้นกระเด็นออกไปในทันที
คนอื่น ๆ ที่เห็นต่างก็พากันตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
บางคนตะโกนขึ้นว่า “ผู้ฝึกกายเนื้อ!”
“ระวัง!” ชายหนุ่มผู้ถือดาบคู่คนนั้นพยายามกันฟันทนความเจ็บปวด และลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าซีดไร้สีเลือด
หลี่ว์ซือพุ่งไปประชิดหน้าชายหนุ่มดาบคู่ผู้นั้นทันทีเพื่อจับเขา จากนั้นก็ค่อย ๆ ยกขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ ชายดาบคู่ผู้นี้ก็กลายเป็นบ้าคลั่งไป เขาเร่งใช้เคล็ดวิชาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเคล็ดวิชาเหล่านี้เมื่อโจมตีลงบนร่างของหลี่ว์ซือกลับไม่เกิดผลอะไรขึ้น!
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนหวาดกลัวและพากันวิ่งหนีไป
ส่วนหลี่ว์ซือก็ยังคงจับยกอีกฝ่ายและเดินตรงไปหาลู่เฉิน
ชายดาบคู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงโมโห “แท้จริงแล้วพวกเจ้าเป็นใครกัน!”
“เป็นใครไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือ ในป่ารกร้างเกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงต้องการให้คนขั้นหลอมแก่นแท้มากมายมาที่นี่?” ลู่เฉินย้อนถาม
ชายผู้นั้นแปลกใจขึ้นมา “เจ้า เหตุใดจึงรู้ว่าด้านในมีผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้มากมาย”
“เจ้าไม่ต้องสนใจว่าข้ารู้ได้เช่นไร เจ้าเพียงแค่ตอบมาว่าทำไมก็พอ!”
แต่ชายผู้นี้กลับเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ “ข้าบอกไม่ได้!”
“บอกไม่ได้?”
“ใช่ หากพูดไป ข้าจะกลายเป็นผู้ทรยศ และจะถูกตำหนักวิญญาณสวรรค์จัดการเอาได้!” เมื่อคิดถึงตำหนักวิญญาณสวรรค์ก็หวาดกลัว ชายดาบคู่คนนี้ก็หวาดกลัวจนตัวสั่นขึ้นมาแล้ว
เมื่อได้ยินชื่อตำหนักวิญญาณสวรรค์ ลู่เฉินก็พลันเกิดความ