อย่างดูถูก ซึ่งลู่เฉินที่รู้บางอย่างเกี่ยวกับต้นไม้ผีนี้ก็ได้เผยยิ้มพลางกล่าวว่า “เพราะเจ้าไม่มีทางเลือก”
“เจ้าคงไม่คิดว่าตัวเจ้าแข็งแกร่งทรงพลังกระมัง?”
“ก็พอไหว”
ต้นไม้ผีตะคอกออกมาดังลั่น “มดแมลงตัวจ้อยเช่นเจ้า ช่างไม่รู้จักตายเสียแล้ว!”
อึดใจถัดมา จู่ ๆ บนพื้นก็ปรากฏเถาวัลย์สีดำ ก่อนที่มันจะพันล้อมลู่เฉินและแขวนร่างเขาให้ลอยขึ้น
ภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง
“ต้นไม้นี้… มันขยับ!” มีคนร้องขึ้นมา
“นี่มัน…” บางคนก็ตกตะลึงไปแล้ว
เจี่ยลัวพลันร้อนใจขึ้นมา “ผู้อาวุโส”
“ข้าไม่เป็นไร เจ้ายืนตรงนั้น ไม่ต้องขยับ!” ลู่เฉินกลัวว่าเจี่ยลัวจะร้อนใจจนรีบเข้ามาช่วย จึงบอกไปให้วางใจ ก่อนจะหันไปจัดการกับต้นไม้ต่อ
เจี่ยลัวที่ได้ยินเช่นนั้นก็วางใจ ทว่าหลี่ว์ซือที่อยู่ด้านนอกนั้นรู้สึกกังวลยิ่งนัก แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงทำได้เพียงมองอยู่ด้านนอก
ลู่เฉินนั้นหลับตาลงและหันไปคุยกับต้นไม้ต่อ “เจ้าต้องการเช่นนี้จริง ๆ หรือ?”
“ข้าขอเตือนอะไรบางอย่าง หากข้าคิดจะฆ่าเจ้าจริง ๆ เจ้าก็คงกลายเป็นศพไปแล้ว!” น้ำเสียงนี้เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
“ดูเหมือนว่า ข้าคงจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องทำให้เจ้ารู้ว่าข้าแข็งแกร่งแค่ไหน!” พูดจบ ลู่เฉินก็ใช้ ‘วิชาคุมจิตวิญญาณ’ ทันที
ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ
ภายใต้วิชาควบคุมจิตวิญญาณนี้ ลู่เฉินควบคุมเถาวัลย์ของต้นไม้ที่ล้อมรอบตนเอง ก่อนจะดูดซับพลังจากมัน ทำให้เถาวัลย์นี