้แห้งลงและแตกหักออก
เขาจึงสามารถหลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย!
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้ทุกคนต่างแปลกใจนักว่าเหตุใดลู่เฉินจึงทำเช่นนี้ได้!
ทางด้านต้นไม้ผี มันเองก็อยู่ในอาการตกตะลึงเช่นกัน ทว่ามันยังไม่ทันได้พูดอันใด ลู่เฉินก็เอามือแนบกับลำต้น ก่อนจะหลับตาพร้อมกล่าวว่า “เจ้าก็เห็นแล้ว ถ้าหากข้าต้องการ อย่าพูดถึงเถาวัลย์พวกนั้นเลย แม้แต่ทั้งต้น… ข้าก็สามารถกลืนกินมันลงไปทั้งหมดได้!”
“ทว่าก่อนที่เจ้าจะกินหมด ข้าเองก็มีวิธีฆ่าเจ้าให้ตายได้ในพริบตา!!” เสียงชายชราพูดอย่างโอ้อวด
ลู่เฉินที่ได้ยินจึงยิ้มออกมา “เมื่อครู่ข้าได้จัดค่ายกลไว้รอบ ๆ ซึ่งนอกจากจะเร่งดูดซึมไอซากศพแล้ว มันยังมีอีกค่ายกลที่สามารถควบคุมเจ้าได้”
“ควบคุมข้า? คิดขมขู่ข้างั้นหรือ?!”
“เจ้าไม่เชื่อ?”
“ถ้าหากมีจริง เมื่อครู่ที่ข้าโจมตีเจ้า เหตุใดจึงไม่ใช้มันเล่า?”
“ข้าเพียงไม่อยากให้เจ้าบาดเจ็บ เพราะไม่เช่นนั้นเจ้าคงจะอับอายมาก”
“อย่าโอ้อวดให้มากนัก!”
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะลองดู?”
“มาก็มา!” เมื่อต้นไม้ชราเอ่ยจบ จู่ ๆ ก็เกิดกระแสลมรุนแรงแผ่กระจายบนต้นไม้ และเพียงพริบตาเดียว ร่างของลู่เฉินก็พลันกระเด็ดลอยออกไป
ตูม!
ร่างของลู่เฉินกระแทกเข้ากับเขตแดนค่ายกล
ทำให้ผู้คนที่มองมาต่างพากันอ้าปากค้าง ก่อนจะเป็นหลี่ว์ซือที่ถามด้วยความร้อนใจ “เป็นเช่นไรบ้าง?”
เจี่ยลัวที่เห็นดังนั้น เขาเองก็ไม่รอช้า รีบไปเข้าหาลู่เฉินและประคองชายหนุ่มทันที “ผู้อาวุโส ท่