ากศพวกนั้น ทำให้พวกมันหวาดกลัวจนรีบปลดโซ่และล่าถอยอย่างรวดเร็ว
ภาพที่เกิดขึ้นทำให้คนเป่าขลุ่ยหยุดเป่าไปชั่วครู่ และเมื่อรับรู้ถึงสถานการณ์ที่แปลกไป อีกฝ่ายก็พลันเพิ่มระดับการควบคุมให้มากขึ้น!
ในชั่วพริบตา คนขนซากศพเหล่านั้นพากันชะงักงัน ดวงตาของพวกเขาว่างเปล่าไร้วี่แววของสติ ก่อนที่พวกมันจะพากันพุ่งทะยานเข้ามาหาชายหนุ่มอีกครา!!
ลู่เฉินรู้ดีว่าการทำเช่นนี้ต่อไปไม่ใช่วิธีที่ดีแน่ เพราะแท้จริงแล้วเมื่อคนขนซากศพพวกนี้ถูกควบคุมก็จะไม่รู้สึกตัว ดังนั้นลู่เฉินจึงทำได้เพียงเอาชนะพวกเขา หรือไม่ก็หยุดผู้อยู่เบื้องหลังของเสียงนี้!
ว่าแล้วลู่เฉินก็ไม่รอช้า เขารีบเปลี่ยนพลังภายในกายของตนให้กลายเป็นไอมาร จากนั้นจึงหยิบธนูเงามารออกมา และใช้เคล็ด ‘ศรมารสวรรค์’ อีกครั้ง!
ปราณศรกว่าสิบสายรวมเข้าด้วยกัน จากนั้นก็พุ่งออกไปในชั่วพริบตา
คนที่อยู่เบื้องหลังผู้นั้นคล้ายสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงหยุดเป่า ก่อนจะวิ่งหนีหายไปในพลัน ทว่าศรมารสวรรค์หาใช่เพียงปราณศรธรรมดาไม่ …เพราะปราณศรเหล่านี้จะไม่หยุดจนกว่าจะกระทบถูกเป้าหมายของมัน!
ดังนั้นศรนี้จึงติดตามไปไม่ห่าง
เมื่อเป็นเช่นนั้น คนลึกลับผู้นั้นก็ไม่รอช้า จัดแจงโยนขลุ่ยในมือทิ้ง ก่อนที่จะหันไปโจมตีปราณศรพวกนั้นอย่างเต็มกำลัง!
หลังจากปราณศรถูกทำลายหมดสิ้น คนผู้นั้นก็คล้ายจะสงบใจได้ จึงคิดจะกลับไปเป่าขลุ่ย เพื่อควบคุมคนเหล่านั้นต่อ
ทว่ามีหรือที่ลู่เฉินจะยอม? เขาเผย