ยิ้มเย็นชา ปากก็กล่าวว่า “ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะเป่าได้เร็วกว่า หรือว่าศรของข้าจะโจมตีได้เร็วกว่า!”
จากนั้นลู่เฉินก็จับธนูในมือแน่น ก่อนจะปลดปล่อยปราณศรออกไปมากมาย!
ทุก ๆ ชั่วลมหายใจจะมีปราณศรสิบกว่าสายถูกยิงออกมา และเมื่ออีกฝ่ายเผชิญกับการโจมตีอันบ้าคลั่งนี้ คนผู้นั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงถูกบังคับให้ถอยห่างออกไปจากที่แห่งนี้!!!
เมื่อคนลึกลับจากไปแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน คนขนซากศพพวกนั้นก็ค่อย ๆ สลายหายไป
เจี่ยลัวที่เห็นดังนั้นจึงถอนหายใจออกมา “ผู้อาวุโส คนผู้นั้นคือใครกัน?”
“หญิงนางหนึ่ง เป็นผู้ฝึกภูตผี และยังใช้เคล็ดวิชาคุมจิตวิญญาณได้บ้าง”
“ผู้ฝึกภูตผี? เคล็ดวิชาคุมจิตวิญญาณ?”
“ใช่ สามารถเดินเหินที่นี่ได้อย่างอิสระ มีเพียงคนสองประเภทเท่านั้น หนึ่งคือซากศพ สองคือผู้ฝึกภูตผี และนางไม่ใช่ซากศพ ดังนั้นนางย่อมเป็นผู้ฝึกภูตผีแน่”
เมื่อฟังถึงตรงนี้ เจี่ยลัวก็พลันแปลกใจ “แล้วเหตุใดนางจึงคิดทำร้ายข้า?!”
ลู่เฉินคิดแล้วจึงเอ่ยว่า “คนขนซากศพพวกนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับนาง และแต่ละวันพวกเขาจะนำพาซากศพมาที่นี่ แต่เจ้ากลับดูดซับไอซากศพจากที่แห่งนี้ ดังนั้นนางอาจรู้สึกว่าเจ้ากำลังคิดทำลายที่นี่!”
“ทำลายที่นี่?” เจี่ยลัวเบิกตากว้าง
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ “หรืออาจเป็นเพราะ… ที่นี่มีของที่พวกเขาต้องการ แต่เมื่อเจ้าปรากฏตัวออกมา มันก็ได้ส่งผลร้ายต่อสิ่งที่พวกเขาเฝ้าคอย”
เจี่ยลัวไม่ได้เข้าใจมากนัก ล