างไร”
ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์พลันเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “เจ้ามั่นใจหรือว่าเจ้าไม่ได้ล้อเล่น?”
“เอามาให้ข้าสิ แล้วเจ้าจะรู้ว่าข้าไม่ได้ล้อเล่น!”
“ถ้าข้าไม่ให้เล่า?”
”เจ้าคิดว่าเจ้ายังมีทางเลือกอยู่หรือ?”
ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์ได้ยินแล้วก็รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง ก่อนจะโยนป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ออกไปเพราะอยากรู้ว่าลู่เฉินจะทำอันใด
เมื่อลู่เฉินถือป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ชิ้นนี้ขึ้นมาเทียบกับอันก่อนหน้า และนำมาเปรียบเทียบกันอย่างละเอียด เขาก็พบว่าหลังป้ายมีสัญลักษณ์ที่ต่างกัน
เป็นต้นว่าเขตที่หนึ่งคือหนึ่ง และเขตที่หกคือหก
”ที่แท้ก็แบ่งกันมาแล้ว” หลังจากที่ลู่เฉินเข้าใจ เขาก็แทรกจิตวิญญาณเข้าไปข้างใน จากนั้นจึงปลดปล่อยเงาโลหิตของทุกคนที่อยู่ในโถงพิสุทธิ์ทีละคน
คนของโถงพิสุทธิ์ทั้งหมดที่อยู่ข้างนอกพลันตกใจทันทีที่พวกเขาพบว่าขณะนี้ตนเองเป็นอิสระแล้ว!
ดังนั้นทั้งโถงพิสุทธิ์จึงตกอยู่ในความโกลาหล
หลี่ว์ซือที่เดิมทีกำลังร้อนใจอยู่นอกค่ายกล พอเห็นคนรอบข้างร้องตะโกน คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นทันที
ไม่เพียงแค่นั้น แม้แต่ทหารม้าทมิฬก็ยังดีใจอยู่ท่ามกลางฝูงชน “อิสระ ในที่สุดก็เป็นอิสระแล้ว!”
เฮยเฟิงเองก็เอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ถ้าอย่างนั้น… ก็สามารถทวงคืนหยดเลือดมาได้จริง ๆ!!”
หลี่ว์ซือที่อยู่ข้าง ๆ พลันคว้าตัวเฮยเฟิงมาแล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
หลังจากที่เฮยเฟิงอธิบายเรื่องนี้แล้ว หลี่ว์ซือก็สงสัยขึ้นมา “เ