ช่นนั้นพวกเจ้าก็ไม่ได้ถูกควบคุมอีกต่อไป?”
“ใช่!” เฮยเฟิงมีความสุขยิ่งนัก แต่เมื่อเขาคิดว่าชีวิตของตนเองอยู่ในมือของหลี่ว์ซือ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ หายไป
ขณะเดียวกันคนอื่น ๆ ก็ทยอยจากไป ไม่มีผู้ใดคิดอยากจะอยู่ที่นี่ต่อ
หลังจากที่ตู๋ซานชิงและจางเชียนสบตากันแวบหนึ่งท่ามกลางฝูงชน ก็เป็นจางเชียนที่กระซิบว่า “พวกเราควรทำอย่างไรดี?”
”จะทำอันใดได้? รอ!” ตู๋ซานชิงตอบ
“ยังจะรออีกหรือ?” จางเชียนรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ค่อยราบรื่น แต่ตู๋ซานชิงพลันกัดฟันพูดว่า “บางทีอาจต้องรอจนกว่าผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์จะฆ่าเด็กคนนั้นแล้วโยนศพออกมา?”
จางเชียนเองก็คาดหวังเช่นนั้นอยู่ในใจ แต่เมื่อเขาเห็นผู้คนร้องตะโกนและจากไป เขาก็พลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
อีกด้านหนึ่ง ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์ที่อยู่ภายในถ้ำกำลังตกใจยิ่งนัก “เจ้า… เจ้าปลดปล่อยพวกเขาได้?”
”เจ้าก็เห็นแล้วว่าข้าสามารถปลดปล่อยทุกคนได้อย่างง่ายดาย”
”แต่เลือดของข้ายังอยู่!” ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์รู้ว่าตนแตกต่างจากศิษย์เหล่านั้น ทว่าลู่เฉินกลับเอ่ยตอบให้ว่า “ผู้นำพันธมิตรแมลงสวรรค์ก็เหมือนกับเจ้าเช่นกัน”
”หรือว่าแผ่นป้ายนี้เป็นของพันธมิตรแมลงสวรรค์จริง ๆ?”
”ด้านบนมีเลขหกอยู่ ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้า เช่นนั้นก็ลองดูสิ!” ลู่เฉินโยนแผ่นป้ายที่มีเลขหกออกมา ส่วนผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์ก็เข้าควบคุมแผ่นป้ายนั้น หลังจากที่ดูแผ่นป้ายแล้ว เขาก็พลันตกตะลึง “ใช่จริง ๆ!”
“เป็น