อย่างไร? จะร่วมมือหรือไม่?” ลู่เฉินถาม
“ร่วมมืออันใด?”
“ว่ากันว่าเจ้ามีน้ำค้างบุปผาพันปีอยู่สินะ”
ทันทีที่ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์ได้ยินสิ่งนี้ เขาก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที “หลี่ว์ซือบอกเจ้าหรือ?!”
”อืม”
”ข้ารู้อยู่แล้วว่าเขามีเจตนาไม่ดี คิดแต่เรื่องจะเอาของข้าเสมอ!” ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์พูดอย่างโกรธเคือง แต่ลู่เฉินกลับพูดด้วยรอยยิ้มเย็นเยือกว่า “พูดเรื่องของพวกเราเถอะ!”
“ข้ามีสิ่งที่เจ้าต้องการ!” ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์รีบเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง
”เยี่ยม เจ้ามอบให้ข้า แล้วข้าจะมอบอิสรภาพให้เจ้า!”
”แล้วข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร?”
“ง่ายมาก เอาเลือดของเจ้าให้ข้าหนึ่งหยด แล้วข้าจะเอาเลือดของเจ้าอีกหยดในแผ่นป้ายออกมา!”
”ได้จริงหรือ?”
”ตอนนี้เจ้ามีเพียงทางเลือกนี้เท่านั้น มิฉะนั้นเจ้าจะถูกขังอยู่ที่นี่ตลอดไป” คำพูดของลู่เฉินทำให้ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์ต้องยอมประนีประนอม
ดังนั้นเขาก็จำใจต้องบีบเลือดหยดหนึ่งออกมาและพูดว่า “ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะดีดั่งปากว่าหรือไม่”
ลู่เฉินเดินออกมาจากค่ายกล และหยิบป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ออกมาหนึ่งแผ่น ก่อนจะควบคุมให้หยดเลือดโคจรไปรอบ ๆ ต่อหน้าอีกฝ่าย
เพียงชั่วครู่ก็มีเลือดอีกหยดไหลออกมา
ลู่เฉินส่งเลือดสองหยดคืนให้อีกฝ่าย “เจ้าลองดูสิ”
ในตอนแรก ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์คิดว่าลู่เฉินนั้นหลอกลวง แต่เมื่อเขาเห็นว่ามันเป็นของตนจริง ๆ เขาก็ถึงกับตกใจ และเริ่มการตรวจสอบร่างกายตัวเองอ