ย่างจริงจัง
เมื่อพบว่าเป็นอิสระแล้ว เขาก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ข้าเป็น… ข้าเป็นอิสระแล้วจริง ๆ!”
“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าส่งน้ำค้างบุปผามาให้ข้าได้หรือยัง?”
ก่อนหน้านี้ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์มีแต่ความแค้นและชิงชังต่อลู่เฉิน ทว่าตอนนี้เขากลับเต็มไปด้วยความชื่นชมและขอบคุณ เจ้าตัวจึงโยนขวดเล็ก ๆ ออกมาทันที
ขวดนั้นเป็นสีฟ้า และหลังจากที่ลู่เฉินได้รับมัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมา
“ขอแค่เจ้าเปิดออก น้ำค้างบุปผาด้านในจะกลายเป็นหมอกออกมา!” ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์อธิบาย
ลู่เฉินพอใจกับสิ่งนี้มาก “เยี่ยม”
ว่าแล้วชายหนุ่มก็เก็บขวดนั้นและแผ่นป้ายทั้งสอง ทว่าในขณะนั้น ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์กลับรู้สึกอับอาย “เจ้าปล่อยข้าออกไปได้แล้วกระมัง?”
“ก็ได้ แต่เจ้าต้องสัญญากับข้าอย่างหนึ่ง!”
“สัญญาอันใด?”
”จากนี้ อย่ามารบกวนข้าอีก มิฉะนั้น…” ลู่เฉินหัวเราะแปลก ๆ แต่ไฉนเลยที่ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์จะกล้าคิดร้าย? เขาจึงรับประกันต่าง ๆ นานาว่า “ไม่ ข้าไม่กล้าอย่างแน่นอน!”
เมื่อได้รับคำยืนยัน ลู่เฉินถึงได้เปิดค่ายกลนั้นออก ทำให้เส้นทางสายหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์
ผู้นำแห่งโถงพิสุทธิ์ที่เห็นทางเปิดโล่งก็ดีใจยิ่งนัก เขารีบตามชายหนุ่มไปทันทีเพราะเกรงว่าทางออกจะหายไป
ทางด้านนอกถ้ำในยามนี้ หลี่ว์ซือกลับรู้สึกกระวนกระวายมากเมื่อเห็นว่าลู่เฉินยังไม่ออกมา
เฮยเฟิงที่เห็นท่าทีดังนั้นจึงเอ่ยอย่างตะกุกตะกักว