ถ้วนมารวมตัวกัน และยังมีโลงศพหินสีดำลอยอยู่บนหลังคา
ในเวลาเดียวกันก็มีตู๋ซานชิงและคนอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย!
โดยเฉพาะเฮยเฟิงที่รู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นรถม้าร่อนลงมา “ดูสิ ใต้เท้า ทหารม้าทมิฬกลับมาแล้ว”
ยามนี้เองที่ทหารม้าทมิฬพลันเดินออกมา
ส่วนลู่เฉินและหลี่ว์ซือเองก็ลงจากรถม้าเช่นกัน
เมื่อหลี่ว์ซือกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาก็พลันเขม่นจ้องไปยังโลงศพหินสีดำบนหลังคาเบื้องหน้า ปากก็กล่าวว่า “ท่านผู้นำ!”
“หลี่ว์ซือ เจ้าร่วมมือกับข้ามาตั้งหลายปีแล้ว เหตุใดจะไปก็ไปเสียล่ะ?” เสียงบุรุษผู้ไม่พอใจดังมาจากภายในโลงศพหิน
หลี่ว์ซือมีท่าทีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ข้าร่วมมือกับเจ้าก็จริง แต่หลายปีมานี้ตั้งแต่ที่ข้าได้เม็ดยาไปหนึ่งเม็ดในครั้งแรก ข้าก็ไม่เคยได้รับมันอีกเลย ดังนั้นข้าจึงวางแผนหาคนที่จะร่วมมือด้วยใหม่”
“เจ้าก็เลยไปหาเจ้าตัวเล็กผู้นี้หรือ?” น้ำเสียงดูถูกเหยียดหยามดังมาจากภายในโลงศพหิน
“เขาไม่ได้อ่อนแอ!”
“ไม่อ่อนแอ แต่กลับยอมถูกจับมาอย่างว่าง่ายงั้นหรือ?” ผู้นำกลุ่มโถงพิสุทธิ์หัวเราะอย่างเย็นชา ส่วนทหารม้าทมิฬก็พูดอย่างเคอะเขินว่า “ท่านผู้นำ เจ้าหนูคนนี้ต้องการมาที่นี่ด้วยตัวเอง!”
หลังจากที่ทุกคนได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็พากันกระซิบกระซาบ
“เขาไม่ได้มาเพื่อยอมรับความผิดหรอกหรือ?”
“ข้าว่าอีกเดี๋ยวเขาคงจะคุกเข่าและร้องขอความเมตตาแล้ว!”
”ใช่!”
ไม่ใช่แค่คนเหล่านี้เท่านั้น ทว่าเฮยเฟิงยังข่มขู่โดย