ิดเช่นนั้น เพราะค่ายกลนี้ไม่ธรรมดาเลย และมันก็ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยความรู้เพียงเล็กน้อย!
เถ้าแก่ตาเดียวจึงจ้องมองที่ลู่เฉินอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบแผ่นป้ายออกมา “นี่คือแผ่นป้ายสำหรับแขกผู้สูงศักดิ์ของร้านเรา จากนี้ไปเจ้าสามารถใช้มันที่สาขาใดของเราก็ได้ในแดนวิญญาณ!”
ลู่เฉินชำเลืองมองแวบหนึ่งก็พบว่ามีอักษรตัวใหญ่สลักอยู่ว่า ‘หอหมื่นสรรพสิ่ง’
”หากมีมัน เจ้าจะได้รับส่วนลดสองส่วน!” เถ้าแก่ตาเดียวมองลู่เฉินด้วยรอยยิ้ม ส่วนลู่เฉินก็พยักหน้าและพูดว่า “จากนี้ข้าคงมาซื้อของที่ร้านเจ้าบ่อย ๆ”
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง!”
เมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว ลู่เฉินก็จัดแจงเก็บเตาแล้วพาหลี่ว์ซือจากไป
ส่วนเถ้าแก่ตาเดียวก็เดินมาส่งทั้งสองคน จากนั้นจึงได้เอ่ยอยู่ที่หน้าประตูด้วยรอยยิ้มว่า “แวะมาบ่อย ๆ นะขอรับ”
แต่หลี่ว์ซือซึ่งกำลังเดินอยู่กลับพูดอย่างเย็นชาว่า “เตานี่ เดาว่าไม่ใช่แม้กระทั่งสมบัติวิญญาณด้วยซ้ำ!”
”อย่าได้มองเพียงภายนอกเชียว เพราะมันเป็นแค่ภาพลวงตา!” คำพูดของลู่เฉินทำให้หลี่ว์ซือขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ภาพลวงตา?”
”ใช่ สมบัติวิญญาณที่ค่อนข้างทรงพลังสามารถสร้างภาพลวงตาได้ ทำให้คนอื่นคิดว่าพวกมันเป็นเพียงขยะ” ลู่เฉินอธิบาย
หลี่ว์ซือไม่ค่อยเข้าใจนัก
แต่ลู่เฉินกลับมองไปรอบ ๆ และพูดว่า “ข้าต้องหาสักหน่อยว่าน้ำค้างบุปผาพันปีอยู่ที่ใด”
“น้ำค้างบุปผาอายุพันปีชนิดใดก็ได้หรือ?” หลี่ว์ซือถามด้วยความสงสัย
”ใช่ ขอ