ท่าทีลำบากใจ
ลู่เฉินจึงทำได้เพียงกล่าวว่า “ไม่เป็นไร อีกเก้าชนิดที่เหลือ เจ้าสามารถนำมาได้เท่าใดก็เท่านั้น!”
”ตกลง!”
เถ้าแก่ตาเดียวดีใจยิ่งนัก เขาคิดว่าในที่สุดลูกค้ารายใหญ่ก็มาเยือนแล้ว! ดังนั้นจึงรีบไปเตรียมของที่ชายหนุ่มว่า พร้อมกับหันไปพูดกับลู่เฉินว่า “เจ้า ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปเอาเตา!”
ลู่เฉินขานรับ จากนั้นก็เดินตามหลี่ว์ซือไปที่ชั้นสองของร้าน
ในร้านแห่งนี้มีค่ายกลเรียบง่ายวางอยู่รอบ ๆ และจุดประสงค์ของมันก็คือเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกขโมย
เถ้าแก่ตาเดียวพาลู่เฉินไปที่มุมหนึ่ง และพูดพร้อมชี้ไปทางเตาสีเขียวขึ้นสนิมตรงมุมว่า “นี่แหละ!”
ลู่เฉินเห็นเป้าหมายก็พลันใช้เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณเพื่อสัมผัสมันทันที
ส่วนหลี่ว์ซือที่อยู่ข้าง ๆ ก็ขมวดคิ้วแน่น ปากก็กล่าวว่า “สิ่งที่ขึ้นสนิมนี้คือสมบัติสวรรค์?”
“หากเป็นของปลอม พวกเจ้าก็สามารถนำมันมาเปลี่ยนได้เลย!” เถ้าแก่ตาเดียวยืนยัน
ลู่เฉินที่สำรวจเสร็จก็พลันก้าวไปข้างหน้า เขายื่นมือเตรียมที่จะหยิบเตา แต่เถ้าแก่ตาเดียวกลับพูดอย่างกระวนกระวายว่า “ระวัง มันมีค่ายกลป้องกันอยู่”
ทว่าลู่เฉินกลับหยิบเตามาอย่างง่ายดาย โดยไม่แม้แต่จะทำให้ค่ายกลถูกกระตุ้น!
สิ่งนี้ทำให้เถ้าแก่ตาเดียวจ้องมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ เขาถามอย่างฉงนว่า “นี่เจ้าทำได้อย่างไร? ”
”ข้ารู้จักค่ายกลมาไม่น้อย แค่นี้จึงไม่ใช่ปัญหา” ลู่เฉินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เถ้าแก่ตาเดียวกลับไม่ค