ผู้นั้น ถ้ารู้สึกว่าเหมาะสม ข้าก็จะทำ แต่ถ้าไม่เหมาะสม ข้าก็จะไม่ทำ!” หลี่ว์ซือพูดอย่างมีหลักการ
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าหลี่ว์ซือจะน่าสนใจเพียงนี้ เขาจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น หากข้าบอกให้เจ้าพาข้าไปสำนักไร้สุญญะ หรือไม่ก็ให้เจ้าสอนวิชาหมัดสวรรค์ และเคล็ดเบิกกายาให้แก่ข้า?”
หลี่ว์ซือสั่นศีรษะ “มีบางสิ่งที่ข้าจะไม่ทำ!”
”เช่นนั้นก็พูดมาเถิด!” ลู่เฉินอยากรู้นักว่าอีกฝ่ายมีหลักการอันใดบ้าง
หลี่ว์ซืออธิบายว่า “ประการแรกคือ ไม่เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับสำนักไร้สุญญะ ประการที่สองคือ ไม่ถ่ายทอดเคล็ดเบิกกายาแก่คนนอก ประการที่สามคือ ไม่รังแกผู้อ่อนแอ โดยเฉพาะคนชรา เด็ก คนป่วย และผู้พิการ และประการที่สี่คือ ไม่ทำผิดต่อฟ้า!”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็หัวเราะอย่างขมขื่น “ดูเหมือนสิ่งที่ทำได้จะมีไม่มากนัก!”
”ข้าช่วยเจ้าสั่งสอนคนอื่นและทำสิ่งต่าง ๆ ให้เจ้าได้!”
”แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องการอะไรแล้ว”
”เจ้าไม่คิดเรื่องนี้สักหน่อยหรือ?” หลี่ว์ซือคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะปฏิเสธเขาทันที
ลู่เฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “เอาล่ะ เจ้าตอบคำถามข้ามาก่อน แล้วเราค่อยหารือเรื่องข้อตกลงกัน”
”พูดมา”
”เหตุใดเจ้าถึงทำงานให้กับโถงพิสุทธิ์? นอกจากนี้ เจ้าได้หยดเลือดของเจ้าลงบนป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์หรือไม่?”
หลี่ว์ซือตอบอย่างลวก ๆ ว่า “ข้ามาที่แดนวิญญาณเพื่อหาเม็ดยาชำระล้าง และผู้นำโถงพิสุทธิ์ก็บอกข้าว่าเขาจะช่วยหา หากหาเจอก็จ