ะแบ่งปันส่วนให้ข้าหนึ่งเม็ด แลกเปลี่ยนกับการได้สิทธิ์ไหว้วานให้ข้าลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง!”
”ผู้นำคนนี้รู้จักทำธุรกิจดีนี่!” ลู่เฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ส่วนคำถามที่สอง ข้าไม่ได้หยดเลือดลงไป เพราะข้าเป็นผู้ฝึกกายเนื้อ และพวกเขาก็คิดว่ามันไม่จำเป็นต้องหยดเลือดลงไป”
ลู่เฉินที่เข้าใจทุกอย่างแล้วจึงเอ่ยด้วยแววตากระจ่างแจ้ง “เป็นเช่นนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงตามข้ามาทำสิ่งหนึ่ง แล้วข้าจะให้ยาชำระล้างแก่เจ้า!”
“เจ้าปรุงยาชำระล้างได้จริงหรือ?” หลี่ว์ซือถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
”ใช่”
”ข้าอยากเห็น!” หลี่ว์ซือต้องการสิ่งยืนยัน ทว่าลู่เฉินกลับเผยยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าต้องกลับไปซื้ออุปกรณ์ปรุงยาและวัตถุดิบปรุงยาในเมือง จึงจะสามารถทำมันออกมาได้ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะให้ข้าเอาอะไรมาปรุง?”
“ได้ ข้าจะไปกับเจ้า!”
”ไม่ต้องรีบร้อน”
”เจ้ายังธุระอีกหรือ?” หลี่ว์ซือรู้สึกงุนงง ส่วนลู่เฉินก็มองไปในม่านหมอกแล้วเอ่ยว่า “มีคนอยู่ข้างใน ข้าต้องสั่งงานเขาก่อนถึงจะไปกับเจ้าได้”
“ได้ ข้าจะรอเจ้า!”
ส่วนลู่เฉิน ตอนนี้เขาก็ได้เดินหายเข้าไปในม่านหมอกแล้ว
ในขณะที่หลี่ว์ซือก็ยืนรออยู่เงียบ ๆ
อีกด้านหนึ่ง เฮยเฟิงที่หลบหนีไปไกลแล้วได้กล่าวกับตู๋ซานชิงว่า “ดูเจ้าสิ เจ้าทำได้งามหน้านัก!”
”เกี่ยวอันใดกับข้า?” ตู๋ซานชิงพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสผู้นี้ถูกเจ้าหนูนั่นดึงความสนใจไป ถ้าท่านผู้นำรู้เข้า เขาจะต้องตำหนิข