้าอย่างแน่นอน!!” เฮยเฟิงกล่าวอย่างโกรธเคือง
และเมื่อตู๋ซานชิงได้ยินเรื่องนี้ เขาก็คิดแผนได้ทันที “ข้าคิดว่าเราทำให้ผู้นำของพวกท่านลงมือได้!”
“เจ้าคิดว่าท่านผู้นำของพวกเราคือผู้ใด? สั่งให้เขาลงมือก็จะลงมือหรือ?” เฮยเฟิงรู้สึกว่าตู๋ซานชิงกำลังคิดเพ้อเจ้อ
“ท่านก็เพียงบอกว่าเจ้าหนูนั่นใช้เม็ดยาในการล่อลวงผู้อาวุโสให้ติดตามไป” ตู๋ซานชิงเอ่ยยุยง
หลังจากได้ยินเช่นนี้ เฮยเฟิงก็เริ่มสงสัย “เจ้าหมายถึงว่าเป็นเพราะเม็ดยานั่น ผู้อาวุโสคนนั้นถึงไม่ยอมกลับโถงพิสุทธิ์?”
”ใช่!” ตู๋ซานชิงพยักหน้า
เฮยเฟิงที่ได้ยินก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล ดังนั้นเขาจึงพาทั้งสองคนออกจากที่นี่ไปอย่างรวดเร็ว
…
ภายในม่านหมอก ลู่เฉินพบเจี่ยลัวที่กำลังฝึกฝนอย่างมุ่งมั่น “เจ้าฝึกฝนอยู่ที่นี่ก่อน หากเห็นผลวิญญาณทมิฬ หรือมีสถานการณ์ประหลาดอันใด ให้ใช้ศิลาวิญญาณสื่อสารเรียกหาข้า!”
หลังจากเจี่ยลัวส่งเสียงขานรับ ลู่เฉินก็เดินออกไปจากที่นี่อย่างวางใจ
เมื่อหลี่ว์ซือเห็นลู่เฉินออกมา เขาก็เดินตามลู่เฉินไปอย่างเงียบ ๆ และพากันไปจากที่แห่งนี้
ทว่าผู้ชมที่อยู่ใกล้เคียงกลับตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น!
“ตัวประหลาดสองคนนี้ไปด้วยกันจริงหรือ?”
”น่ากลัวจริง ๆ!”
ในสายตาของทุกคนที่มองดูอยู่นั้น ชายสองคนนี้น่ากลัวยิ่งนัก แต่สิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือการที่ทั้งสองคนจะ ‘ร่วมมือกัน’ ซึ่งมันทำให้พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้ยิ่งกว่าเดิม ทำได้เพียงแยกย้ายกันไป