ปยังชายหน้ากากสีเงิน ปากก็เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “แข็งแกร่งอย่างที่กล่าวจริง ๆ แต่หากไม่โดนตัวข้า มันก็ย่อมไร้ความหมาย!!”
“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้างั้นหรือ?”
“ลองดู เดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้!” ครั้นลู่เฉินพูดจบ เพียงเสี้ยวอึดใจ เถาวัลย์ธรณีสีดำนับไม่ถ้วนก็พันรอบร่างของชายหน้ากากสีเงิน และเมื่อเพิ่มเคล็ดวิชาคุมจิตวิญญาณเข้าไป เถาวัลย์ธรณีก็รัดแน่นขึ้นไปอีก
ทว่าชายหน้ากากสีเงินก็เพียงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่รู้ว่าสำนักไร้สุญญะยังมีเคล็ดวิชาอีกอย่าง มันเรียกว่าเคล็ดเบิกกายา!!”
“ข้าเคยได้ยิน แต่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าพันเจ้าไว้งั้นหรือ?” ลู่เฉินถาม
จู่ ๆ ร่างกายของชายผู้นี้ก็ ‘แข็งแกร่ง’ ขึ้นมา มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด!
เปรียบเทียบกับก่อนหน้าก็คือพละกำลังของชายร่างผอมแห้ง แต่ตอนนี้ตัวคนกลับกลายเป็นชายร่างใหญ่ ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อหนาแน่น!
ไม่เพียงเท่านั้น การแข็งแกร่งขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นนี้ก็ได้ทำให้เถาวัลย์ธรณีพวกนี้ขาดสะบั้นออกทันที!
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว ผู้คนต่างก็เบิกตากว้างอ้าปากค้าง
ส่วนลู่เฉินเพียงพึมพำในใจว่า ‘สำนักไร้สุญญะนี้… ไม่ธรรมดาจริง ๆ!’
“ข้าอนุญาตให้เจ้าโจมดีได้อย่างสบายใจ” ชายหน้ากากสีเงินเอ่ยออกมาด้วยความเย่อหยิ่ง
ทุกคนต่างไม่คิดว่าชายหน้ากากสีเงินจะบ้าได้ยิ่งกว่าลู่เฉิน และก็เป็นตู๋ซานชิงที่กล่าวอย่