างร้อนใจก่อนใครว่า “ผู้อาวุโส อย่าประมาทเด็ดขาด!”
จางเชียนเองก็รู้สึกร้อนใจเช่นกัน ส่วนเฮยเฟิงก็ดูมีสีหน้าลำบากใจ “ผู้อาวุโส เจ้าหนูผู้นี้มีกลอุบายเยอะนัก ท่านต้องระวังตัวให้ดี!”
“นี่เป็นเรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า!” ชายหน้ากากสีเงินไม่สนใจเสียงเตือนของทั้งสาม ทำให้ทั้งสามเกิดโทสะ ทว่าพวกเขาก็ไม่กล้าแสดงออกโดยตรง ส่วนลู่เฉินเอง ชายหนุ่มก็เอาแต่จ้องมองไปยังชายหน้ากากสีเงินครู่หนึ่ง ก่อนจะปลดปล่อยปราณกระบี่ให้พุ่งทะยานออกไป!
เพียงเห็นปราณกระบี่สองพันสายบีบอัดรวมกันกลายเป็นห้าสาย
“ข้ามาแล้ว!” ลู่เฉินกล่าวขู่อีกฝ่าย แต่ชายหน้ากากสีเงินกลับไม่ขยับสักนิด ทำเพียงมองมายังลู่เฉิน “มาเลย!”
“ไม่ใช้ม่านป้องกัน?”
“ข้าเป็นผู้ฝึกกายเนื้อ ไม่จำเป็นต้องมีม่านป้องกัน! มีเพียงร่างกายที่แข็งแกร่งก็พอแล้ว!”
ลู่เฉินที่ได้ฟังก็ได้แต่พึมพำในใจว่า ‘มีเพียงร่างกายเปล่า ๆ แต่กลับคิดใช้มันต้านทานปราณกระบี่ข้า?’
ลู่เฉินถึงกับฉงนนัก เกิดความรู้สึกอยากลิ้มลองขึ้นมาแล้ว!
ดังนั้นชายหนุ่มจึงควบคุมปราณกระบี่ทั้งห้าสายมุ่งเป้าไปยังบ่าของอีกฝ่าย!
ทุกผู้ทุกคนต่างได้เห็นภาพอันไม่คาดคิด…
มันคือภาพที่ปราณกระบี่ทิ่มแทงเข้าไปอย่างแรง ทว่าร่างกายอันแข็งแกร่งนั้นกลับต้านทานไว้ได้!
เคร้ง เคร้ง เคร้ง…!
เมื่อปราณกระบี่เหล่านั้นโจมตีไปยังกล้ามเนื้อ มันก็พลันหายไปทันที
ตู๋ซานชิงและอีกสองคนที่เห็นต่างก็ทั้งโล่งใจและพอใจ ส่วนลู