ันไปปรากฏตัวตรงหน้าตู๋ซานชิงทันที
ตู๋ซานชิงจึงตกใจจนแทบจะวิ่งหนี “ท่าน ท่านคิดจะทำอันใด?”
“ข้าต้องการเม็ดยาของเจ้า และเพียงหมัดเดียว ข้าก็สามารถขยี้เจ้าได้ ดังนั้นคงไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ” เพียงประโยคเดียวของชายผู้นี้ก็ทำให้ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง
เฮยเฟิงรีบเอ่ยเตือนตู๋ซานชิงทันที “เจ้าอย่าทำให้ท่านผู้อาวุโสเกิดโทสะเลย!”
ตู๋ซานชิงที่ได้ฟังถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก “เช่นนั้นท่านทำให้เขายอมแพ้เสียสิ”
ชายหน้ากากสีเงินจึงหมุนตัวกลับไปหาลู่เฉิน
ไม่มีการเคลื่อนโคจรพลังปราณแต่อย่างใด อาศัยเพียงพลังกายในการเคลื่อนไหวไปมาเท่านั้น!
ลู่เฉินที่เห็นดังนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “วิชาของผู้ฝึกกายเนื้อจากสำนักไร้สุญญะ ช่างลึกลับเสียจริง!”
“ยอมแพ้เสีย” ชายหน้ากากสีเงินเอ่ยสั่งเพียงสามคำสั้น ๆ
ทว่าลู่เฉินกลับจ้องไปยังชายตรงหน้าแล้วเอ่ยว่า “ตลอดชีวิตของข้า ข้าไม่เคยยอมแพ้มาก่อน เจ้าคิดว่าเจ้ามีวิธีที่จะทำให้ข้ายอมแพ้ได้งั้นหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทางบ้าบิ่นของลู่เฉิน ตู๋ซานชิงก็รู้สึกถึงความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที แม้แต่เฮยเฟิงยังกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นว่า “มาแล้ว มาแล้ว! ผู้อาวุโสกำลังขุ่นเคืองใจแล้ว!”
ทว่าจางเชียนกลับดีใจไม่ออก
ส่วนผู้คนที่เฝ้ามองอยู่รอบข้างต่างก็กำลังรอดูความสนุกในครั้งนี้
“เช่นนั้น ข้าคงทำได้เพียงให้เจ้าได้ลิ้มลองหมัดของข้า” เมื่อชายหน้ากากสีเงินพูดจบ เขาก็ปล่อยหมัดออกมา หมัดนั้