คร?”
“มีสองคน หนึ่งในนั้นเป็นคนแขนพิการ!”
ครั้นได้ยินเช่นนี้ เฮยเฟิงก็คิดไปถึงตู๋ซานชิงและจางเชียน สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความสงสัย “สองคนนั้นมาทำอันใด?”
“พวกเขาบอกว่าจะมาร่วมมือกับท่าน เพื่อไปแก้แค้นด้วยกัน”
เฮยเฟิงได้ยินแล้วก็แปลกใจ “หรือว่าพวกเขาจะมีวิธี?”
พูดจบก็รีบลงจากภูเขาทันที
ขณะนั้นจางชียนอยู่ตรงเชิงเขา สายตาจ้องไปยังตู๋ซานชิงก่อนจะถามว่า “คิดว่าเจ้าคุณชายอะไรนั่นจะช่วยเรียกเขามาได้จริงหรือไม่?”
“ต้องช่วยสิ!”
“เพราะเหตุใด?”
“เขาอยากแก้แค้นเจ้าหนูนั่นมากกว่าเราเสียอีก” ตู๋ซานชิงพูดอย่างมั่นใจ แต่จางเชียนกลับยังสงสัย
จนกระทั่งเฮยเฟิงลงมายังเชิงเขาและมองทั้งสองด้วยแววตาประหลาดใจ “พวกเจ้ามาทำอันใด?”
“มาร่วมมือกับท่าน!”
“ร่วมมือ? ร่วมมือเช่นไร?” เฮยเฟิงมองทั้งสองและพึมพำในใจว่า ‘สองคนนี้ คงไม่ได้วางแผนหยิบยืมอำนาจของโถงพิสุทธิ์หรอกนะ?’
ตู๋ซานชิงเหมือนจะรู้ว่าเฮยเฟิงกำลังคิดอะไร จึงยิ้มและกล่าวออกมาว่า “ข้าอยากจะขอให้คนของโถงพิสุทธิ์ลงมือ!”
“นี่คือการร่วมมือที่เจ้าหมายถึง?”
“ใช่!” ตู๋ซานชิงขานรับ ส่วนเฮยเฟิงก็ถึงกับยิ้มเย็นชา “หากข้ามีวิธีและมีความสามารถ ข้ายังจำเป็นต้องร่วมมือกับเจ้าหรือ?”
“คนผู้นั้น ท่านอาจจะเชิญมาไม่ได้ แต่ข้าอาจจะพอมีวิธี!”
เฮยเฟิงยิ้ม “มีใครที่ข้าไม่สามารถเชิญมาได้ แต่เจ้ากลับเชิญได้?”
“คนของสำนักไร้สุญญะ!”
เฮยเฟิงได้ยินแล้วก็มีสีหน้าครุ่นคิด “เจ้ารู้ได้เช่นไร