ิ่งกว่าเดิม บางคนถึงกับวิ่งลงจากภูเขา ไม่กล้าอยู่บนภูเขาลูกนี้อีก
ทว่าผู้ที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้บางคนกลับควบคุมกระบี่บินขึ้นไปกลางอากาศแล้วมองลงมา จ้องเขม็งดูการเคลื่อนไหวของลู่เฉินและเจี่ยลัวที่อยู่ด้านล่าง
“ผู้อาวุโส คนพวกนั้น” เจี่ยลัวสัมผัสได้ว่ารอบด้านยังมีอันตรายอยู่ เขาจึงมีสีหน้าเคร่งเครียด
อันที่จริงลู่เฉินเองก็กำลังคิดอยู่เช่นกัน เขาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ “สภาพแวดล้อมที่นี่ไม่เลว ข้าจะวางค่ายกลก่อน!”
เจี่ยลัวพยักหน้า จากนั้นลู่เฉินก็สาละวนอยู่รอบ ๆ บริเวณนั้น
ซึ่งการกระทำเช่นนี้ของชายหนุ่มก็ทำให้ผู้คนที่อยู่กลางอากาศต่างก็สงสัยว่าลู่เฉินกำลังทำอะไรอยู่?
…
ทางด้านของตู๋ซานชิงที่หนีไปกลางอากาศ เมื่อทะยานผ่านสุญญะมาพักหนึ่ง เขาจึงหยุดลง ยิ่งไปกว่านั้นยังยัดเม็ดยาเข้าไปมากมาย และหลังจากระงับความเจ็บปวดได้แล้ว เจ้าตัวก็พลันเผยสีหน้าที่ดูไม่ได้ออกมา “เจ้าหนูคนนี้ ที่แท้แล้วมันเป็นมนุษย์หรือมารกันแน่!”
“เขาเป็นผู้ฝึกตนสองวีถีหรือ?” สีหน้าของจางเชียนกลายเป็นดูไม่ได้ทันทีที่เขานึกถึงฉากเมื่อครู่
ตู๋ซานชิงอ้าปากค้าง “ข้าไม่สนหรอกว่าเขาจะเป็นตัวประหลาดใด เพราะถึงอย่างไรข้าก็จะฆ่าเขา!”
“แต่พวกเรา!” เมื่อจางเชียนนึกถึงความน่ากลัวของลู่เฉิน เขาก็พลันอยากจะถอยหนี
”ไป… ไปโถงพิสุทธิ์ ยืมกำลังของพวกเขา! แล้วไปล้างอายด้วยกัน!” ตู๋ซานชิงรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะพึ่งพาเพียงแค่ตัวเอ