ะลวงผ่านสุญญะ เป็นผลให้ผู้นำพันธมิตรรีบหลบด้วยความตกใจ และลู่เฉินก็ถือโอกาสนี้วาดลวดลายอักขระยันต์สายหนึ่งผนึกไว้ที่ธนู ทำให้ผู้นำพันธมิตรขาดการเชื่อมโยงกับธนูทันที!
ชั่วพริบตานั้น คันธนูนี้ก็สงบลง
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้ใบหน้าของผู้นำพันธมิตรกลายเป็นดูไม่ได้ แต่เขาก็ได้รู้แน่แก่ใจแล้วว่าลู่เฉินไม่ใช่คนธรรมดา! ดังนั้นเขาจึงพูดด้วยความโกรธว่า “พันธมิตรแมลงสวรรค์ของข้าไม่มีความคับข้องใจหรือเป็นปฏิปักษ์กับเจ้า เหตุใดจึงพุ่งเป้ามาที่ข้ากัน?”
”ข้าก็ไม่อยากพุ่งเป้าไปที่เจ้าเช่นกัน แต่เจ้าใช้สัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ควบคุมเขา ดังนั้นข้าจึงต้องทำให้มันชัดเจน” ลู่เฉินชี้ไปที่หลันเย่า
เมื่อหลันเย่าได้ยินว่าลู่เฉินทำเพื่อตน เขาก็รู้สึกประทับใจมากจนดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
ซึ่งลู่เฉินที่เห็นดังนั้นก็พูดอย่างหดหู่ทันที “ข้าบอกแล้วว่าอย่าเอะอะก็ร้องไห้”
“ผู้อาวุโส ก็ข้า… ข้ารู้สึกตื่นตันนี่นา”
ลู่เฉินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าช่างต่างกับบรรพชนของเจ้าเสียเหลือเกิน คนผู้นั้นแม้ว่ากระดูกของเขาจะหัก เขาก็จะไม่ปริปากร้อง แต่เจ้ากลับ…”
“ท่าน ท่านกำลังพูดถึงบรรพชนหลันกู่หรือ?!” หลันเย่ารู้สึกตื่นเต้น
แน่นอนว่าผู้ที่ลู่เฉินเอ่ยถึงก็คือหลันกู่
ในการต่อสู้ระหว่างลู่เฉินและวังเหมันต์สงัด เขาได้ล่วงเกินกองกำลังไปจำนวนมาก รวมทั้งได้พบกับสหายมากมาย เช่น จิ่วโหยว โจวเอ๋าเทียน หลันกู่ และคนอื่น ๆ
แต่ตอนนี้เมื่อเขาเห็