นหลันเย่า ลู่เฉินก็ชักสงสัยขึ้นมาแล้วว่าอีกฝ่ายใช่ลูกหลานของชายผู้นั้นจริงหรือไม่
ลู่เฉินได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าคิดว่าเจ้าคล้ายเขาหรือไม่?”
”ข้า… ข้าจะไปเทียบกับบรรพชนของข้าได้อย่างไร เขาเป็นถึงวีรบุรุษของตระกูลหลัน เป็นดั่งจิตวิญญาณของตระกูลหลัน!”
”เขากลายเป็นเซียนไปแล้วหรือ?” ลู่เฉินที่อยู่ในแดนเซียนสามสิบหกชั้นไม่เคยเห็นผู้ใด
แต่จากสิ่งที่โจวอวี๋เล่ามาในคราวนั้น มันก็ทำให้ลู่เฉินรู้ว่าโจวเอ๋าเทียนเคยไปที่นั่น จากนั้นก็กลับมา และในที่สุดก็กลายเป็นบ้าไป…
ดังนั้นลู่เฉินจึงนึกถึงหลันกู่ และทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยถามขึ้น
”เขาถูกลอบโจมตียามที่กลายเป็นเซียน และจากนั้นก็ตายตกไป เหลือไว้เพียงวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งถูกเก็บไว้ในห้องโถงบรรพชนตระกูลหลัน” หลันเย่าอธิบาย
ลู่เฉินขมวดคิ้ว “ถูกคนลอบโจมตี?”
”เมื่อประมาณห้าหมื่นปีก่อน เขากำลังจะกลายเป็นเซียน จากนั้นคนจากพันธมิตรชิงรากวิญญาณก็ปรากฏตัวและชิงรากวิญญาณของเขาไป ทำให้เขา…” เมื่อหลันเย่าพูดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง
ใบหน้าของลู่เฉินดูไม่ได้ “พันธมิตรชิงรากวิญญาณอีกแล้ว!”
หลันเย่าถอนหายใจ “ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตระกูลหลันของเราก็เสื่อมถอย แต่ข้าคิดไม่ถึงว่าข้าจะตกเป็นเป้าหมายของพันธมิตรชิงรากวิญญาณเช่นกัน!”
“แล้วสมาชิกตระกูลหลันคนอื่น ๆ ของเจ้าไม่ตกเป็นเป้าหมายหรือ?”
”ไม่”
ลู่เฉินตกใจ ตอนแรกเขาคิดว่ากลิ่นหอมที