ณสวรรค์ ทำให้เงาโลหิต ‘มีชีวิต’ ขึ้นมาทีละตัว ก่อนที่พวกมันจะบินออกมาจากสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ทันที
ทว่าก่อนที่หลันเย่าและคนอื่น ๆ จะทันได้ตอบสนอง เลือดหยดหนึ่งก็ร่วงหล่นลงต่อหน้าพวกเขา
ลู่เฉินมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “นี่คือเลือดของพวกเจ้า ขอแค่นำมันกลับไป เจ้าจะไม่ถูกควบคุมโดยสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์และตำหนักวิญญาณสวรรค์อีก”
ในตอนแรกทุกคนไม่เชื่อ แต่หลังจากมองดูหยดเลือดแล้วเห็นว่าเป็นของพวกเขาเอง คนทั้งหมดก็พากันตกตะลึงระคนดีใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ที่แดนวิญญาณมาหลายปีโดยไม่กล้าออกไป แต่ตอนนี้เมื่อพวกเขาได้สิ่งนี้กลับคืน พวกเขาก็สามารถออกไปจากแดนวิญญาณบ้า ๆ นี้โดยไม่ต้องหวาดกลัวแล้ว!
แต่เสียงของชายชราในความมืดก็พูดขึ้นอย่างโกรธเคือง “พวกเจ้าจะหักหลังพันธมิตรแมลงสวรรค์หรือ?”
ผู้อาวุโสเหล่านั้นพลันมองหน้ากัน
ส่วนหลันเย่าวิ่งไปหาลู่เฉินเพื่อสนับสนุนการกระทำของชายหนุ่ม
หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าอาวุโสก็พากันทยอยออกจากถ้ำทีละคนโดยไม่มีผู้ใดคิดจะอยู่ที่นี่ต่อ
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เสียงในถ้ำดังกว่าเดิม และแฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง “ไอ้หนู เจ้าอยากตายหรือ?”
”ออกมาเสีย ให้ข้าดูว่าผู้นำพันธมิตรอย่างเจ้ามาจากที่ใด?” ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ ด้วยรอยยิ้ม
”ได้! ถ้าเจ้าอยากตายนัก เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา!”
ทันใดนั้นประตูหินในถ้ำพลันส่งเสียง ‘ครืน’ และปิดลง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังป้องกันไม่ให้ลู่เฉินหลบ