เจ้าจะรู้ เช่นนั้นเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าหรือไร?” ผู้นำพันธมิตรรู้สึกว่าลู่เฉินเยือกเย็นเกินไป
คำถามนี้หลันเย่าเองก็อยากรู้เช่นกัน เพราะไม่ว่าอย่างไรพลังของผู้นำพันธมิตรของเขาก็ต้องแข็งแกร่งกว่าลู่เฉินมากอยู่แล้ว!
ลู่เฉินจ้องไปที่อีกฝ่ายแล้วเอ่ยว่า “ข้ายังพูดไม่จบ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ผู้นำพันธมิตรพลันสงสัย
“สัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์นี้ เจ้าได้ขัดเกลามันมาแล้วใช่หรือไม่”
“แล้วอย่างไร?” ผู้นำพันธมิตรจ้องมันเขม็ง
“ความจริงแล้วในสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์คือศิลาวิญญาณโลหิต และการควบคุมศิลาวิญญาณโลหิตนี้ต้องใช้พลังจำนวนหนึ่ง แล้วเจ้า! ก็เอาพลังส่วนหนึ่งไปไว้ที่ศิลาวิญญาณโลหิต ทำให้ดูเหมือนเจ้าอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ระดับปลาย หรือแม้กระทั่งมีพละกำลังระดับสมบูรณ์พร้อม ทว่า… แท้จริงแล้วเจ้าอยู่แค่ขั้นหลอมแก่นแท้ระดับต้นเท่านั้น!”
คำพูดของลู่เฉินทำให้หลันเย่ารู้สึกงงงวย
ส่วนผู้นำพันธมิตรตาเบิกกว้าง “เจ้า… เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
”พวกนี้คือไอมาร และเจ้าก็เป็นผู้ฝึกวิถีมารสินะ?”
“เจ้า! เจ้าเป็นใคร!” ผู้นำพันธมิตรรู้สึกผิดปกติจึงเริ่มร้อนใจ
ส่วนหลันเย่าก็ถามด้วยความประหลาดใจว่า “ผู้นำพันธมิตร… เป็นผู้ฝึกวิถีมารจริงหรือ?”
“หุบปาก ข้าไม่มีศิษย์อย่างเจ้า!” ยามนี้ผู้นำพันธมิตรโกรธมาก ส่วนหลันเย่าก็พูดอย่างไม่พอใจเล็กน้อย “ผู้นำพันธมิตร การที่ท่านช่วยข้าในตอนนั้นนับว่าเป็นผู้มีพระคุณของข้า”
“ผู้มีพระคุณ