งจากรากวิญญาณหลอมรวมเข้ากันในร่างกายของเจ้า มันจะทำให้ผู้อื่นไม่สามารถรู้ได้ว่ารากวิญญาณของเจ้าเป็นประเภทใด! เช่นนี้แล้ว ก็ไม่แน่ว่าพันธมิตรชิงรากวิญญาณจะไม่สามารถนำรากวิญญาณของเจ้าไปได้!”
คำพูดของลู่เฉินดึงดูดความสนใจของหลันเย่ายิ่งนัก ดั่งน้ำหวานอันหอมหวนหลอกล่อหมู่ภมร
โดยเฉพาะหลันเย่าที่หลบหนีอยู่ที่นี่มานานนับสิบปี!
เขารีบพูดออกมาโดยไม่ลังเลว่า “วิธีอันใด ท่านรีบพูดมา!”
“แค่พูดเช่นนี้ เจ้าก็ตกลงแล้ว?”
“ตกลง ข้าตกลงแล้ว มาเถอะ!” หลันเย่าอดใจรอแทบไม่ไหว
ลู่เฉินที่เห็นดังนั้นจึงพยักหน้า “ข้าจะต้องจัดวางค่ายกลไว้บริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมารบกวนเราได้เสียก่อน!”
“ค่ายกล? ท่านวางค่ายกลได้?” หลันเย่ารู้สึกแปลกใจขึ้นมา
ทว่าลู่เฉินไม่ได้อธิบายอะไร เขาเลือกใช้การกระทำแทนคำตอบ
หลังจากนั้น เมื่อหลันเย่าเห็นค่ายกลขนาดเล็กที่สมบูรณ์รอบกาย เขาก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “ปรมาจารย์ค่ายกลของพันธมิตรแมลงสวรรค์ของเรานั้น ยังไม่สามารถสร้างค่ายกลได้ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้เลย!”
“นั่งสิ!”
หลันเย่านั่งลงอย่างว่าง่าย กำลังจะเอ่ยถามลู่เฉินว่าจะเจ็บหรือไม่ แต่เข็มของลู่เฉินกลับปักลงไปบนร่างของเขาเสียก่อน ทำให้ชายผมฟ้าสูญเสียประสาทสัมผัสไป และไม่อาจแม้แต่จะกระดิกปลายนิ้วได้
“ข้า ร่างกายของข้า…” หลันเย่าหวาดกลัวขึ้นมา
“ข้าจะเริ่มแล้ว!” พูดจบ เขาก็หยิบเข็มออกมาและปักลงบนไหล่ขวาของอีกฝ่าย
ที่นี่ค