่ ๆ ออกมาเป็นจังหวะ คล้ายกำลังสื่อสารบางอย่าง
เมื่อได้ยินเสียงฟู่ ๆ ลู่เฉินก็พลันรู้ตัว ดังนั้นเขาจึงเรียกใช้พลังจากในชาติภพที่จุติเป็นราชันย์แมลงบรรพกาล ทำให้ชายหนุ่มสามารถเข้าใจภาษาแมลงได้
“บอกมาว่าอยู่ที่ใด!”
สิ้นประโยคนั้น แมลงตัวจ้อยก็เอ่ยอย่างประหม่าว่า “มีถ้ำเล็ก ๆ อยู่ข้างหน้า ภายในนั้นมีพระราชวังใต้ดิน และผู้นำของพวกเราก็พำนักอยู่ในนั้น!”
”นำทางไป!” ลู่เฉินขอให้พวกมันชี้ทาง
แต่ผู้ใดจะรู้ว่าแมลงพวกนั้นกลับขู่ลู่เฉิน…
”ผู้นำของเราทรงพลังมาก!”
”ถูกต้อง ผู้นำของเรา เป็นแมลงที่แข็งแกร่งที่สุดของที่นี่!”
แมลงที่แข็งแกร่งที่สุด? ลู่เฉินไม่คิดเช่นนั้น เขาจึงกล่าวเร่งเร้าว่า “ข้าคิดว่าถ้าพวกเจ้าอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ก็รีบนำทางซะ!”
สุดท้ายแมลงที่อยู่ในมือของลู่เฉินจึงทำได้เพียงต้องนำทางไป
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่เฉินก็มาถึงทางเข้าถ้ำที่ว่า
ทว่าถ้ำตรงหน้ากลับมีพุ่มไม้หนาทึบปกคลุมไว้ ลู่เฉินจึงไม่อาจสังเกตได้โดยละเอียดเท่าใดนัก
แต่เมื่อลู่เฉินใช้พลังปราณควบคุม พุ่มไม้พวกนั้นก็พลันเคลื่อนย้ายออกไป ราวกับว่าต้องการเปิดทางให้ลู่เฉินอย่างไรอย่างนั้น
แมลงเหล่านั้นที่เห็นภาพตรงหน้าต่างก็ฉงน พวกมันพากันร้องอุทานว่า…
”มนุษย์คนนี้ทำให้พุ่มไม้เหล่านี้ขยับได้จริงหรือ?”
”เขา ควบคุมพุ่มไม้ได้อย่างไร?”
“นี่… มันแปลกเกินไปแล้ว!”
การควบคุมง่าย ๆ แบบนี้ ลู่เฉินย่อมทำได้อย่างสบาย ๆ แต่ในสายตาของแมลงเหล่านี้