พาฮวาหลิงมู่เดินเข้าไปในภูเขาลึกเบื้องหน้า
หลันเย่านั้นแม้มีความกังวลอยู่ในใจ แต่หลังจากเห็นลู่เฉินเดินไป เขาก็รีบเกลี้ยกล่อมว่า “วันนี้ข้างในไม่สงบ ดังนั้นอย่าเข้าไปเลย!”
ลู่เฉินถามขณะเดินไปว่า “มีอะไรอยู่ข้างใน?”
”วันนี้เราพบโพรงต้นไม้แห่งหนึ่ง ในนั้นมีแมลงน่ากลัวมากมายในโพรง ขอแค่เข้าใกล้พวกมัน พวกมันจะกรูกันมาทำร้ายทันที”
”พวกแมลงเมื่อครู่หรือ?”
“นี่เป็นเพียงบางส่วน ในนั้นยังมีอีกมาก และดูเหมือนว่าน่าจะมีราชาตัวสูงใหญ่ราวกับแมงมุมสีดำอยู่ด้วย”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ลู่เฉินไม่ได้หยุดฝีเท้า แต่ยังเร่งฝีเท้าของเขาอีกด้วย
หลังจากที่หลันเย่าเห็นว่าลู่เฉินไม่หยุดและยังคงเดินหน้าต่อไป เขาก็เริ่มไล่ตาม ส่วนปากก็ถามลู่เฉินเกี่ยวกับภูมิหลังของชายหนุ่ม รวมถึงสอบถามว่าเหตุใดจึงรู้จักวิชากระบี่ของตระกูลหลัน
แต่ลู่เฉินล้วนไม่ตอบคำใด
หลันเย่าจึงทำได้เพียงหน้าหนาติดตามไป ในขณะที่ฮวาหลิงมู่ก็เย้าแหย่ว่า “ไม่กลัวแมลงพวกนั้นแล้วหรือ?”
“ข้ากลัว แต่ดีกว่าเผชิญหน้ากับผู้ชิงรากวิญญาณ!” หลันเย่ารู้สึกขนลุกเมื่อนึกถึงชายชุดดำที่หน้าตาเป็นตะปุ่มตะป่ำ
เมื่อฮวาหลิงมู่ได้ยินคำว่า ‘ชิงรากวิญญาณ’ ก็รู้สึกไม่สบายใจไปทั้งตัว และบ่นพึมพำว่า “พวกที่ชอบชิงรากวิญญาณพวกนี้น่ารังเกียจจริง ๆ!”
หลันเย่าที่เห็นว่าฮวาหลิงมู่ไม่เย็นชาเท่าลู่เฉิน เขาก็พยายามตีสนิทนางทันที
“สาวน้อย เจ้าชื่ออันใด?”
”ฮวาหลิงมู่”
“จากนี้ข้าจะเ