รียกเจ้าว่าแม่หญิงฮวา เป็นอย่างไร?” หลันเย่าเรียกอย่างสนิทสนม
ทว่าฮวาหลิงมู่กลับส่ายหัว ปากเล็กของนางกล่าวว่า “เจ้ามันโลภเกินไป!”
”โลภ? ข้าเปล่านะ!” เมื่อถูกเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ดูหมิ่น หลันเย่าจึงรีบร้อนแก้ตัว
“ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก เจ้าไม่ได้จะขโมยของของพวกเราหรือ?” ฮวาหลิงมู่ยังคงไม่ลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
หลันเย่าที่ได้ยินพลันมีสีหน้าขัดเขิน ก่อนจะให้คำอธิบายต่าง ๆ โดยบอกว่าเขาแค่อยากรู้วิธีกำจัดแมลงเท่านั้น
แต่เห็นได้ชัดว่าฮวาหลิงมู่ไม่ใช่พวกที่ถูกหลอกได้ง่าย ๆ ดังนั้นหลันเย่าจึงทำได้เพียงแก้ตัวไปต่าง ๆ นานา
หลังผ่านไปหนึ่งเค่อ หลันเย่าก็ได้ชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่สีดำที่แห้งเหี่ยวตรงหน้า “ดูสิ โพรงอยู่ที่นั่น และยังมีแมลงอยู่รอบ ๆ!”
ลู่เฉินและฮวาหลิงมู่มองตามปลายนิ้วของเขาทันที
จึงได้เห็นว่ารอบ ๆ ต้นไม้แห้งนี้ มีแมลงตัวเล็ก ๆ คล้ายมดแต่บินได้อยู่
ไม่เพียงเท่านั้น เพราะภายในโพรงยังมีดวงตาสีแดงคู่หนึ่งเปล่งแสงอยู่ตรงนั้นด้วย!
”ดวงตาสีแดงคู่นั้นดูคล้ายดวงตาของแมงมุม” หลันเย่ารู้สึกประหม่า เขาเข้าไปยืนหลบอยู่ข้างหลังลู่เฉินอย่างเงียบ ๆ
“ขี้ขลาดชะมัด!” ฮวาหลิงมู่ดูถูกทันทีที่เห็นท่าทีเช่นนั้นของชายผมฟ้า
ซึ่งหลันเย่าก็เพียงกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้าถูกคนดึงไหล่ ดังนั้นจึงยังเจ็บอยู่”
“แล้วอย่างไร?!” ฮวาหลิงมู่ไม่สนใจจะฟังคำอธิบาย
หลันเย่าที่เห็นดังนั้นก็พลันรู้สึกหดหู่ใจ การถูกเด็