ูลหลันของข้างั้นหรือ?”
ลู่เฉินส่ายหัว และนั่นทำให้หลันเย่าเริ่มร้อนใจ “แล้วเจ้าเป็นใคร?”
”สำคัญหรือ?” หลังจากที่ลู่เฉินเอ่ยจบ กระบี่ปราณสีฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็บินออกมาโจมตีคนเหล่านั้น
ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าลู่เฉินเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานที่อ่อนแอ
แต่เมื่อลู่เฉินลงมือ คาดไม่ถึงว่าจะน่ากลัวมากจนทำให้พวกเขามองไปที่หลันเย่าด้วยความตกใจ
“หัวหน้าหลัน เราควรทำอย่างไรดี?”
“หัวหน้าหลัน ท่าน… ท่านต้องรีบคิดหาวิธี!”
“หัวหน้าหลัน เจ้ารู้จักเขางั้นหรือ?”
หลันเย่าย่อมไม่รู้จักลู่เฉิน แต่เขารู้ว่าลู่เฉินทราบถึงวิชากระบี่ของตระกูลตน ดังนั้นอีกฝ่ายน่าจะรู้จักคนในตระกูลหลันเป็นแน่ ดังนั้นหลันเย่าจึงถามอย่างกระวนกระวายว่า “เจ้า… เจ้าเรียนวิชากระบี่ของตระกูลหลันมาจากผู้ใด?”
”วิชากระบี่นี้…” รูม่านตาของลู่เฉินหดเล็กลง
แท้จริงแล้วลู่เฉินเป็นผู้ถ่ายทอดวิชากระบี่ให้คนตระกูลหลันต่างหาก ก่อนที่ต่อมาตระกูลหลันจะได้ถ่ายทอดวิชากระบี่นี้ให้กับชนรุ่นหลังของพวกเขา ดังนั้นเมื่อลู่เฉินได้เห็นมันอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ทว่าลู่เฉินไม่ได้บอกออกไป ทำให้หลันเย่าพลันกังวลใจขึ้นมา “เจ้าเป็นพวกของเราหรือศัตรู?”
เมื่อเห็นหลันเย่ากลุ่มใจ ลู่เฉินก็ได้สติกลับมาแล้วเอ่ยว่า “ถ้าพวกเจ้าไม่อยากตาย ก็ยอมรับความพ่ายแพ้เถิด!”
“ยอมรับความพ่ายแพ้?” ทุกคนไม่รู้ว่าลู่เฉินมีเบื้องหลังอันใด จึงพากันชะงักงันลังเ