ล
”ถูกต้อง ผู้ที่ยอมรับความพ่ายแพ้ ข้าจะปล่อยไปก่อน”
และเพราะหลันเย่าอยากรู้ตัวตนของลู่เฉิน เขาจึงตะโกนใส่คนเหล่านั้นว่า “ยืนงงอันใดอยู่? รีบยอมรับความพ่ายแพ้ซะ!”
ว่าแล้วคนเหล่านี้ก็พากันยอมรับความพ่ายแพ้ไปทีละคน
ขณะเดียวกัน ‘ลูกแก้ว’ รอบจุดตันเถียนของลู่เฉินพลันมีลำแสงเพิ่มขึ้นอีกแปดชั้นทันที ทำให้เขามีลำแสงถึงเก้าชั้น!
”รากวิญญาณพวกนี้มีระดับดาวที่พบเห็นได้ทั่วไป จัดการได้ง่ายมาก” ลู่เฉินพึมพำ
เมื่อพวกเขาเอ่ยยอมแพ้ ผู้คนที่อยู่ข้าง ๆ พลันตกใจยิ่ง เพราะพวกเขาพบว่ากลิ่นอายของลู่เฉินเปลี่ยนไป โดยเฉพาะหลันเย่าที่พูดอย่างกระวนกระวายว่า “ปล่อยพวกเราไปได้แล้วสินะ?”
ลู่เฉินพลันสลายปราณกระบี่เย็นเยียบเหล่านั้น เปิดช่องให้คนของพันธมิตรแมลงสววรค์ที่ตกใจต่างพากันหนีไป
ส่วนลู่เฉินและฮวาหลิงมู่ก็ได้เตรียมที่จะจากไป
แต่หลันเย่ากลับเรียกลู่เฉินไว้แล้วกล่าวว่า “เรื่องนั้น ผู้อาวุโส”
”อย่าเข้ามาใกล้!” คำพูดของลู่เฉินทำให้หลันเย่าถูกปิดประตูไม่รับแขก แต่เขายังคงยืนกรานว่า “ผู้อาวุโส ท่านเรียนรู้วิชากระบี่ของตระกูลหลันมาได้อย่างไร!”
“อันใด? เจ้าอยากรู้ขนาดนั้นเลยหรือ?” ลู่เฉินถามกลับ
หลันเย่ากล่าวอย่างเขินอาย “พูดตามตรง ในตระกูลหลันของเรา ผู้ที่สามารถบ่มเพาะได้ถึงขั้นนี้ไม่มีเหลือแล้ว!”
”ตระกูลหลันตกต่ำถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” ลู่เฉินรู้สึกงงงวยเล็กน้อย
หลันเย่าถอนหายใจ “มีปัญหาทางร่างกาย”
”ปัญ