งจากเขาเข้าเมืองมาแล้ว ก็จะไม่อยากออกไปแล้ว!”
“ไร้สาระ ขืนออกไป ก็ต้องถูกคนของโถงพิสุทธิ์ไล่ฆ่าเป็นแน่!”
เมื่อเฮยเฟิงรู้สึกว่าลู่เฉินกำลังหัวเราะตนอยู่ เขาพลันเกิดโทสะขึ้นมามากขึ้น “เจ้าหนู ทางที่ดีเจ้าอย่าได้ท้าทายข้าเกินไป!”
ลู่เฉินเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ จึงทำได้เพียงเพิ่มพลังเข้าไปอีก
เมื่อเฮยเฟิงรู้สึกว่าทนไม่ไหว สุดท้ายจึงได้แต่ขอร้องออกมา “ก็ได้ ข้ายอมแพ้!”
ครั้นอีกฝ่ายยอมรับความพ่ายแพ้ กระแสอากาศโปร่งแสงก็พลันล้อมรอบจุดตันเถียนของลู่เฉินไว้
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังสัมผัสได้ว่าพลังปราณในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นมา และเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าประหลาด
จากยี่สิบเท่า เปลี่ยนเป็นยี่สิบเอ็ดเท่า!
ลู่เฉินถึงกับแปลกใจ “หรือว่าเมื่อบรรลุทั้งแปดสิบเอ็ดรากฐาน ก็จะสามารถไปถึงความหนาแน่นของพลังปราณได้หนึ่งร้อยเท่า?”
ขณะที่ลู่เฉินกำลังคิดสงสัยอยู่นั้น เฮยเฟิงก็ตะโกนขึ้นมา “ตอนนี้สามารถปล่อยข้าได้หรือยัง?!”
ลู่เฉินจึงเก็บไม้เลื้อยออกมา ส่วนเฮยเฟิงก็หวาดกลัวเสียจนตะโกนไปยังผู้ในคนโถงพิสุทธิ์ทันที “ถอนกำลัง!”
คนพวกนี้ต่างก็รีบแยกย้ายกันออกไปทันที
ฮวาหลิงมู่พูดด้วยความนับถือว่า “พี่ใหญ่ประหลาด เมื่อไหร่ข้าถึงจะเก่งกาจแบบท่าน?”
“ตั้งใจฝึกฝน จะเก่งได้แน่” ลู่เฉินพูดจบก็เดินนำฮวาหลิงมู่และคนอื่น ๆ เข้าเมืองไป แต่โจวกังที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับตกอยู่ในอาการตะลึงงันไปแล้ว
สำหรับจางเชียนที่อ