มายเช่นกัน!”
“ถ้าหากเจ้าทำได้ เมื่อออกจากแดนวิญญาณแห่งนี้แล้ว ข้าจะสอนวิชาค่ายกลให้เจ้า และค่ายกลนี้ก็ย่อมให้ผลลัพธ์ที่เจ้าต้องตกตะลึง”
เมื่อโจวกังได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาทันที “เรื่องนี้ ข้าจะช่วยเจ้าจัดการให้เป็นอย่างดี!”
เมื่อเห็นท่าทีของโจวกังที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ลู่เฉินพลันยิ้มออกมา จากนั้นจึงนำทุกคนไปยังพื้นที่อยู่อาศัยดังกล่าว
แท้จริงแล้ว พื้นที่อยู่อาศัยนี้ก็คือเมืองเล็ก ๆ ที่มีค่ายกลล้อมไว้
มันเป็นที่สำหรับรองรับผู้คนที่เหนื่อยล้าอ่อนเพลีย หรืออยากเติมพลังปราณ จึงเข้ามาหลบทีนี่เพียงชั่วคราว รอให้ดีขึ้นแล้วค่อยออกไปสู้รบต่อ
ดังนั้นเมื่อลู่เฉินและคนอื่น ๆ เดินทางมาถึงพื้นที่อยู่อาศัยจุดแรก พวกเขาก็ได้พบกับศพและกระดูกมากมาย
เจี่ยลัวรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา แต่ฮวาหลิงมู่กลับรู้สึกหดหู่ “กลิ่นอายพวกนี้…”
“เมื่อถึงในเมืองก็จะดีขึ้น” ลู่เฉินเอ่ยปลอบ และพานางเดินไปตามทางเล็ก ๆ เตรียมเข้าไปในเมือง
แต่เมื่อใกล้จะถึงประตูเมืองนั้น กลับมีกลุ่มชายร่างใหญ่สวมผ้าโพกหัวสีดำปรากฏตัวออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น ที่เอวของชายร่างใหญ่พวกนี้ยังมีป้ายห้อยอยู่
เมื่อเห็นตัวหนังสือบนป้าย โจวกังก็พลันหวาดกลัวขึ้นมา “นี่มัน… หากอยากผ่านไปก็จำเป็นต้องจ่ายเงินงั้นหรือ?!”