้วเจ้าก็จะได้มา” ลู่เฉินยิ้ม
โจวกังที่อยู่อีกด้านเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าจะปล้นผู้อื่นหรือ?”
“ปล้น? ข้าเหมือนคนเช่นนั้นหรือ?” ลู่เฉินถามกลับ
“นิดหน่อย” โจวกังพยักหน้าเบา ๆ
“เช่นนั้น เจ้าเห็นข้าปล้นเจ้าบ้างหรือยัง?”
“ข้า ข้าไม่มีอะไรติดตัวมา” โจวกังรีบเตือนทันที แต่ลู่เฉินกลับยิ้มให้ “อย่าพูดไร้สาระ นำทางข้าไป”
โจวกังถอนหายใจออกมา จากนั้นจึงรีบนำทางไปทันที
ตู๋ซานชิงที่อยู่ไกลออกไป เขาพูดด้วยความตระหนกขึ้นมาว่า “ดูสิ พวกเขาจะไปยังแดนวิญญาณ!”
“พวกเขาจะไปทำอันใด?” จางเชียนตกใจขึ้นมา
“จะไปสนใจว่าพวกเขาจะไปทำอันใดเพื่อเหตุใด? รีบตามไปเร็ว!!”
แต่จางเชียนกลับมีสีหน้าหดหู่ “แดนวิญญาณอันตรายมาก และเมื่อเข้าไปด้านในแล้ว ขั้นพลังก็จะถูกลดลง!”
“แล้วอย่างไร? พวกเขาก็ย่อมขั้นพลังลดลงเช่นกัน!” ตู๋ซานชิงกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
จางเชียนที่ได้ฟังก็รู้สึกว่าคำพูดของตู๋ซานชิงมีเหตุผล จึงคิดตามเข้าไปดู
…
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินก็รอให้คนอื่นเดินมาถึงบันได
แต่เมื่อเดินขึ้นบันไดไปได้พักหนึ่ง กลุ่มหมอกหนาก็พลันล้อมรอบทุกคนเอาไว้
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีช่องน้ำวนช่องหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือบันไดอีกด้วย!
เมื่อทุกคนค่อย ๆ เดินผ่านช่องน้ำวนนี้ แต่ละคนก็เกิดความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
มีเพียงโจวกังที่เกิดการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด
เพียงไม่นาน บนแขนทั้งสองข้างก็ปรากฏอักขระยันต์สีดำแปลก ๆ ขึ้นนับไม่ถ้วน ดูราวกับดวงตาเ