น?”
“ทุก ๆ หมื่นปีก็จะย้าย ซึ่งมันก็คงอยู่ภายในแดนทักษิณานี่แหละ และถ้าหากเจ้าอยากไป ข้าก็สามารถนำทางไปได้ เพียงแต่ที่นั่นค่อนข้างอันตราย เจ้าต้องการไปจริงหรือ?” โจวกังยังคงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
ลู่เฉินยิ้มแล้วเอ่ยว่า “แค่นำทางไปก็พอ”
โจวกังรู้ว่าตนไม่มีอำนาจมากพอในการปฏิเสธ จึงทำได้เพียงถอนหายใจออกมาและนำทางลู่เฉินไป ซึ่งเมื่อเดินทางไปยังทิศใต้ประมาณสามสิบกว่าลี้ โจวกังก็ได้ชี้นิ้วไปยังบันไดด้านหน้า “ดูนั่น นี่แหละคือสิ่งที่เจ้าตามหา!”
ลู่เฉินที่หันมองไปก็รู้สึกคุ้นเคยกับบันไดนั้น
บริเวณรอบ ๆ บันไดนี้เต็มไปด้วยอักขระยันต์แปลกประหลาดที่เชื่อมต่อเข้าไปในหมอกซึ่งสูงค้ำฟ้า
แต่ลู่เฉินรู้ดีว่ามันไม่ได้เชื่อมต่อกับท้องฟ้าจริง ๆ หากแต่เป็นทางเชื่อมไปยัง ‘แดนปิด’ แห่งหนึ่ง
ส่วนฮวาหลิงมู่ นางยังคงไม่เข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อเห็นบันไดที่ลอยสูงเข้าไปในม่านหมอก สีหน้าของเด็กสาวจึงมีแต่ความสงสัย “พี่ใหญ่ประหลาด บันไดนี้เชื่อมต่อไปยังที่ใด?”
ลู่เฉินจึงอธิบายให้ฮวาหลิงมู่ฟังคร่าว ๆ “แดนวิญญาณ เป็นสถานที่ที่หนึ่งที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้”
“ข้า? เรียนรู้?” ฮวาหลิงมู่รู้สึกอายขึ้นมาเล็กน้อย
“ใช่ เรียนรู้ ทำให้ค้นพบข้อบกพร่องของตัวเอง ขณะเดียวกันก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว” ลู่เฉินอธิบาย
ฮวาหลิงมู่กลอกตาไปมา “แล้วสมบัติล่ะ?”
“ไม่ต้องห่วง ที่แดนวิญญาณนั้น หากต้องการสิ่งใด ขอเพียงลงมือแล