เพราะขั้นพลังของลู่เฉินนั้นอ่อนแอมาก แม้ว่าอีกฝ่ายจะสร้างยันต์หุ่นเชิดในกายตน เขาก็ย่อมสามารถป้องกันมันได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นโจวกังจึงเอ่ยโดยไม่ลังเลว่า “เอาเลย ข้ายินดีเป็นหุ่นเชิดของเจ้า!”
”อืม ดีมาก!” ลู่เฉินพอใจมาก แล้วขอให้โจวกังนั่งลง
พลันโจวกังก็นั่งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลู่เฉินจะเข้ามาอยู่ด้านหลังของเขา และใช้นิ้วกดบนหลังทันที
หนานเหยาที่มองดูอยู่พลันสับสน “ชายผู้นี้กำลังทำอะไร?”
ส่วนโจวกังเองก็รู้สึกสับสนเช่นกัน “เหตุใดวิธีที่เขาสร้างยันต์หุ่นเชิดจึงแตกต่างจากที่อาวุโสฟางสอนข้า!”
สิ่งที่ลู่เฉินใช้ย่อมแตกต่างจากคนอื่น
เพราะสิ่งที่เขาใช้คือ ‘เคล็ดวิชาหุ่นเชิดสวรรค์’ หนึ่งในสิบอักขระยันต์อันเลื่องลือ
เนื่องจาก ‘เคล็ดวิชาหุ่นเชิดสวรรค์’ ต้องมีพลังอย่างน้อยในขั้นสร้างรากฐาน ดังนั้นก่อนหน้านี้ลู่เฉินจึงยังไม่ได้ใช้มันกับโจวกัง แต่ตอนนี้เขาทำได้แล้ว และเนื่องจากขั้นพลังของโจวกังนั้นสูงกว่าของตนไม่น้อย
…ด้วยเหตุนี้ลู่เฉินจึงใช้เวลาค่อนข้างนาน
หลังใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยาม เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเสร็จสิ้นราบรื่น ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมา ขณะที่มีเหงื่อผุดพรายทั่วใบหน้า “เรียบร้อย!”
เมื่อโจวกังได้ยิน เขาก็ดีใจทันที “เช่นนั้น ข้าไปได้แล้ว?”
“ได้แล้ว ทว่าหากข้าเรียกเจ้าต้องมาทันที!”
”แน่นอน!” โจวกังมีความสุขยิ่ง และรีบขอให้ลู่เฉินพาตัวเขาออกจากค่ายกล
แน่นอนว่าลู่เฉินย่อมไม่ขัด ชายหนุ่มพาโจวกั