งออกไปจากคฤหาสน์โดยไม่คิดกังวลแม้แต่น้อย
ทันทีที่โจวกังออกมาจากคฤหาสน์ เจ้าตัวก็หัวเราะร่าดั่งวิหคได้โบยบิน ทำให้ทหารยามที่มาลาดตระเวนใกล้เคียงคิดว่าพวกเขาเจอผีสุราเข้าอย่างไรอย่างนั้น
“นี่ท่านจะปล่อยเขาไปจริง ๆ หรือ?”
”วางใจเถอะ พรุ่งนี้เขาจะมายืนที่หน้าประตู” หลังจากที่ลู่เฉินยิ้มอย่างชั่วร้าย เขาก็หันหลังและจากไป
หนานเหยาเกาหัวของนางด้วยความสับสน “พรุ่งนี้เช้า? ที่หน้าประตู?”
…
หลังจากที่โจวกังออกมา สิ่งแรกที่เขาทำคือตามหาจางเชียนและตู๋ซานชิง เพื่อให้พวกเขาชดเชยความเสียหายให้แก่ตน
อีกด้านหนึ่ง จางเชียนและตู๋ซานชิงขณะนี้ต่างรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นบ้าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา
เพราะโจวกังไม่เคยปรากฏตัว และพวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไปในคฤหาสน์ จึงทำได้เพียงไปด้อม ๆ มอง ๆ แถวคฤหาสน์เป็นครั้งคราวยามที่พวกเขาไม่มีอะไรทำ จากนั้นก็กลับไปที่หอสมบัติสวรรค์ด้วยความเบื่อหน่าย
ด้วยเหตุนี้ เมื่อทั้งสองเห็นโจวกังปรากฏตัวที่ลานและจ้องมองมาที่พวกเขา คนทั้งคู่ก็นึกว่าเจอผีเข้าให้แล้ว!
”ข้าเอง!” โจวกังอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาเมื่อเห็นทั้งสองคนตกตะลึง
และเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคย คนทั้งสองก็พลันก้าวไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น รีบถามโจวกังทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
โจวกังทราบดีว่าหากบอกว่าตนเองถูกลู่เฉินกักไว้ในคฤหาสน์ มันก็รังแต่ที่ตัวเขาเองจะเสียหน้า ดังนั้นจึงพูดว่า “คืนนั้นสำนักค่ายกลสวรรค์เกิดเรื่อง ข้าจึงรี