ู้กับเขา ผลคือถูกสั่งสอนมา ยามนี้ยังกล้ากลับมาบ่นอีกหรือ?” เจ้าสำนักกล่าวอย่างโกรธเคือง
เถียนอวิ๋นเมิ่งคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ผู้อาวุโสในความมืดกลับขัดจังหวะขึ้น “ท่านเจ้าสำนัก พวกเขาได้รับโทษตามสมควรแล้ว ข้าคิดว่าเราควรเลิกเชิญหมอเทวดาผู้นั้น”
“อันใด ผู้อาวุโสรอง ท่านมีปัญหากับการเชิญหมอเทวดาของข้าหรือ?” สตรีในความมืดถามกลับ
ผู้ที่ถูกเรียกว่าอาวุโสรองจึงกล่าวว่า “ท่านเจ้าสำนัก ข้าไม่กล้าสงสัยท่านหรอกขอรับ เพียงแต่ว่าพวกเขาล้วนเป็นศิษย์สายตรงของข้า หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเขาก็คงจะพิการ ดังนั้นข้าจึงวางแผนที่จะรักษาพวกเขาก่อน ส่วนเรื่องหมอเทวดานั้นค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกันขอรับ!”
เจ้าสำนักลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กล่าวออกมาว่า “เลิกประชุม!”
จากนั้นเสียงของเจ้าสำนักก็หายไป ส่วนผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็ออกไปทีละคน ก่อนที่ประตูหินบานหนึ่งจะถูกเปิดออก เผยให้เห็นชายชราที่มีกระทั่วใบหน้าซึ่งกำลังเดินออกมา
คนผู้นี้คืออาจารย์ของพวกเขาทั้งสอง นามว่า ‘ม่อหมาจื่อ’ หรือที่รู้จักในชื่อมารเฒ่าม่อ
หลังจากที่มารเฒ่าม่อมองไปทีเถียนอวิ๋นเมิ่ง เขาก็ออกคำสั่งกับเสี่ยเจี้ยนว่า “พานางไปที่ถ้ำพำนักของข้า แล้วข้าจะรักษานาง”
”ขอรับ ท่านอาจารย์!” เสี่ยเจี้ยนพาเถียนอวิ๋นเมิ่งไปที่ถ้ำพำนักแห่งหนึ่งในสำนักมารราตรีทันที
หลังจากที่มารเฒ่าม่อเข้าไปในถ้ำพำนักแล้ว เขาก็ให้เสี่ยเจี้ยนคอยคุ้มกันอยู่ข้างนอก
ในยามนี้