่านจะเอาร่างกายใดให้แก่ข้า”
“ข้าจะหาผู้ที่งามสง่าและยังต้องดูเที่ยงธรรม”
”ผู้ที่งามสง่า? ผู้ที่เที่ยงธรรม?” หัวใจของเถียนอวิ๋นเมิ่งเต้นระรัวทันที
”ถูกต้อง ด้วยร่างกายนั้น เจ้าจะสามารถแฝงกายเข้าไปในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เพื่อหาสิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย ส่วนศาสตราวุธวิถีมาร รอให้จับเจ้าเด็กนั่นได้แล้วค่อยหาก็ไม่สาย!” มารเฒ่าม่อหัวเราะอย่างชั่วร้าย
เถียนอวิ๋นเมิ่งตกลงในทันที “ท่านอาจารย์ ข้าเต็มใจ!”
”เอาล่ะ อาจารย์เลี้ยงดูเจ้าไม่เสียเปล่า…” ชายชราหัวเราะอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็โบกมือส่งกลิ่นหอมโชยเข้าสู่ร่างกายของเถียนอวิ๋นเมิ่ง เป็นผลให้นางหมดสติไปในทันที
….
ลู่เฉินที่อยู่ในเมืองจวนสวรรค์ยังคงจดจ่ออยู่กับการหาเงิน
และชื่อเสียงก็ยิ่งเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
จนกระทั่งคืนหนึ่งในสามเดือนต่อมา
ลู่เฉินยืนอยู่บนยอดเขา ทันใดนั้นก็มีเสียงปริแตกออกจากร่างกายของเขา
หนานเหยาเห็นเช่นนั้นก็พลันตระหนกตกใจ “ท่านเป็นอะไรไป?!”
ครั้นลู่เฉินได้สติกลับมาก็ฉีกยิ้ม “ข้าทะลวงขั้นแล้ว!”
”ทะลวงขั้น?” หนานเหยาไล่สายตาพิจารณาลู่เฉินอย่างถี่ถ้วน สุดท้ายจึงได้พบว่าลู่เฉินอยู่ในขั้นสร้างรากฐานแล้ว
เพียงแต่นางมองไม่ออกว่าลู่เฉินอยู่ในขั้นสร้างรากฐานระดับใด ดังนั้นนางจึงรู้สึกงุนงงยิ่งนัก “หากคนอื่นอยู่ในขั้นสร้างรากฐาน ข้ามองดูก็รู้ว่าอยู่ในระดับต้น หรือกลาง แต่เจ้า…”
ลู่เฉินไม่ตอบอะไร เขาเพียงน