ลึง “ผู้อาวุโสใหญ่ เหตุใดถึงได้ฆ่าท่านอาจารย์ของข้า?”
”ฆ่าอาจารย์ของเจ้า? เจ้าเข้าใจผิดหรือไม่?” โจวกังไม่เข้าใจ ส่วนเจี่ยลัวนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่โจวกังพูดมานั้นเป็นความจริงหรือไม่
ส่วนลู่เฉิน เขาหันไปเอ่ยกับเจี่ยลัวว่า “เจ้ากลับไปก่อน ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ข้า!”
“อืม!” เจี่ยลัวถอยไปอย่างเศร้าสร้อยเล็กน้อย
โจวกังจึงเริ่มขอร้องลู่เฉินทันที “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าจริง ๆ”
”สำหรับความแค้นของพวกเรา และจุดประสงค์ในการแอบเข้ามาของเจ้า ทั้งหมดนี้ก็ควรนับรวมกันสินะ” ลู่เฉินจับตัวอีกฝ่ายไว้ แน่นอนว่าไม่มีทางปล่อยให้เขาออกไปได้ตามอำเภอใจ
โจวกังพลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “เจ้าต้องการอะไร?”
“มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากอยู่หรือตาย!”
“แน่นอนว่าข้าอยากมีชีวิตอยู่!”
“ถ้าเจ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็อย่าวิ่งไปไหนซี้ซั้ว รอข้าอยู่ที่นี่ อีกเดี๋ยวพอมีโอกาส พวกเราค่อยคุยกัน” หลังจากที่ลู่เฉินกล่าวจบ เขาก็หันกายกลับมาและหายวับไปในม่านหมอก
โจวกังถึงกับผงะ “เจ้า เจ้าจะทิ้งข้าไว้ที่นี่หรือ?”
ลู่เฉินไม่คิดจะตอบ ส่วนโจวกังก็ทำได้เพียงตะโกนใส่สารพัด เรียกหาฟ้าดินอยู่เพียงลำพังและสุดท้ายก็ทำได้เพียงตะโกนใส่ท้องฟ้าอย่างปลงอนิจจังว่า “ข้าคือหนึ่งในสิบปรมาจารย์ค่ายกลแห่งแดนทักษิณา คิดไม่ถึงว่าจะมีจุดจบเช่นนี้!”
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้โจวกังก็รู้สึกเจ็บปวด
แต่สองคนที่รออยู่นอกกำแพงนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เจ้าว่