นคิดขึ้นมา
“ท่านเจ้าเมือง คนผู้นี้ต้องเอาใจเขาให้ดี” หนิวเถิงที่รับเงินมาก่อนหน้านี้ก็ได้กล่าวเยินยอขึ้นมา
“เรื่องนี้แน่นอน เพียงแต่ข้าได้ยินมาว่า เขามีปัญหากับหอสมบัติสวรรค์เสียแล้วใช่หรือไม่?” ว่านจินเอ่ยถามอย่างสงสัย
หนิวเถิงขานรับ และยังเล่าเรื่องที่รับรู้ออกมา
ส่วนว่านจินฟังแล้วก็พลันสงสัยขึ้นมา “หอสมบัติสวรรค์นับว่ามีอำนาจมาก แม้กระทั่งสามารถแทรกซึมเข้าไปยังภายในราชสำนักได้ ถ้าหากจัดการไม่ดี พวกเราอาจเกิดเรื่องวุ่นวายได้”
“ควรทำเช่นไรดี?”
“ไม่ว่าหอสมบัติสวรรค์จะเป็นเช่นไร ก็ต้องทำตามกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง ดังนั้นเมื่อพวกเขาอยู่ที่นี่ย่อมไม่กล้าก่อความวุ่นวาย ส่วนพวกเราก็ไม่ต้องไปใส่ใจมาก นอกเสียจากว่าพวกเขาทำผิดกฎ ครานั้นค่อยออกไปขัดขวางก็ยังไม่สาย” ว่านจินถ่ายทอดคำสั่งแก่คนข้างกาย
หนิวเถิงตอบรับทันที “ข้าจะส่งคนไปคอยจับตาดูพวกเขา ถ้าหากเกิดความเคลื่อนไหว ข้าจะหยุดมันทันที”
“อืม ไปเถอะ”
หนิวเถิงออกไปโดยไม่รอช้า
ขณะนั้นเอง ว่านจินก็กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก “หอสมบัติสวรรค์ก็ทำให้ขุ่นเคืองไม่ได้… หมออัจฉริยะผู้นี้ก็ยิ่งทำให้ขุ่นเคืองไม่ได้!”
ตอนนี้ว่านจินกำลังคาดเดาว่าเบื้องหลังของหมออัจฉริยะผู้นี้จะต้องมีอำนาจที่แข็งแกร่งแน่ มิเช่นนั้นคงไม่สามารถเลี้ยงดูคนที่น่ากลัวขนาดนี้ได้
ดังนั้นว่านจินจึงยิ่งรู้สึกหวั่นเกรงลู่เฉิน
สำหรับหอสมบัติสวรรค์นั้น เพียงแค่พวกเขาไม่ทำผิดกฎ ว่านจินก็จะไม่