าอย่างเย็นชา “ข้าก็นึกว่าเป็นยอดฝีมือ ที่แท้ก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณที่ไร้แววนี่เอง”
“ข้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณจริง ทว่าข้ารู้ว่าควรทำลายพิษน้ำค้างแข็งและเคล็ดวิชาเงาน้ำแข็งของเจ้าเช่นไร” ลู่เฉินยิ้ม
เงาของโหย่วหลงหัวเราะออกมา “เจ้าหนูน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?”
“สำคัญด้วยหรือ?”
“ข้าคือผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดอันดับหนึ่งแห่งวังเหมันต์สงัด! โหย่วหลง!” โหย่วลงพูดด้วยความภาคภูมิใจ
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร แต่จงไสหัวออกไปจากร่างของนางซะ!” ลู่เฉินเอ่ยจบก็เริ่มใช้เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ
ฉับพลันนั้น พลังปราณและไอวิญญาณรอบทิศทางได้ถูกลู่เฉินดูดซับเข้าไป
ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่เศษจิตวิญญาณในร่างของหงเหยียนเสวียก็ถูกดูดซับออกมาอย่างบ้าคลั่ง
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้หงเหยียนเสวียตกใจจนหน้าถอดสี
หงเหยียนลั่วเอ่ยปลอบออกมา “อย่าตกใจไป”
“แต่ว่า…” หงเหยียนเสวียไม่รู้จะอธิบายเช่นไร แต่ขณะนั้นเองจู่ ๆ ลู่เฉินก็มานั่งด้านหน้าตนและไม่ขยับไปไหน นางจึงไม่รู้จะพูดอันใด และทำได้แค่เพียงรอ
หงเหยี่ยนลั่วรู้สึกแปลกใจ “เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?”
ขณะนั้นเอง ภายในพื้นที่เล็ก ๆ นั้น เมื่อโหย่วหลงพบว่าจิตวิญญาณของตนเองอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว เขาจึงตระหนกขึ้นมา “นี่มัน… เกิดอันใดขึ้น?”
“เศษจิตวิญญาณกระจ้อยร่อยอย่างเจ้า จำต้องอาศัยพลังปราณและไอวิญญาณของนางในการประคองตัวตน หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ เจ้าก็ไม่อา