จคงรูปได้อีก จริงหรือไม่?” ลู่เฉินคลี่ยิ้ม
โหย่วหลงคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะมีความสามารถเช่นนี้ เขาตวาดออกมาทันที “เจ้าหนู ข้าแนะนำให้เจ้ารีบวางมือ ไม่เช่นนั้นข้าจะกำจัดเจ้าเสีย!”
“เศษจิตวิญญาณเช่นนี้ มากสุดก็แข็งแกร่งเทียบเท่าขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น!” ลู่เฉินกล่าวอย่างดูถูก
“เช่นนั้นหรือ? ทว่าแค่ขั้นสร้างรากฐาน มันก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการตัวตนขั้นกลั่นลมปราณเช่นเจ้า!” โหย่วหลงกล่าวอย่างมั่นใจ
“โง่งม!” ลู่เฉินเอ่ยออกมาเพียงสองพยางค์ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้โหย่วหลงเกิดโทสะ เขารีบทะยานตัวออก โดยมุ่งให้เศษจิตวิญญาณของตนกระแทกทำลายจิตวิญญาณของลู่เฉิน
แต่เขาไม่ได้คิดแม้แต่น้อยว่าเมื่อโจมตีออกไป มันก็กลับไม่อาจสร้างผลใด ๆ แก่จิตวิญญาณของลู่เฉินได้เลย!
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้โหย่วหลงโมโหและต่อว่าเสียงดัง “เจ้าหนู เจ้าอย่าให้ข้าจับเจ้าได้ ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้า!”
“วางใจเถอะ ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะไปยังวังเหมันต์สงัดของพวกเจ้า!”
“หากเจ้ากล้ามา ข้าก็จะฉีกเจ้าเป็นชิ้น ๆ!”
“ไปบอกประมุขของพวกเจ้า ข้าจะไปหานางแน่!” ลู่เฉินยิ้ม
โหย่วหลงไม่เข้าใจ แต่เมื่อพลังปราณและไอวิญญาณโดยรอบหมดไป พื้นที่เล็ก ๆ นี้จึง ‘พังทลาย’ ส่วนเศษจิตวิญญาณของโหย่วหลงที่อยู่ที่นี่ก็สลายหายไปเช่นกัน
จิตวิญญาณของลู่เฉินกลับเข้าสู่ร่าง
หลังจากนั้นไม่นาน ไอเย็นรอบทิศทางก็ค่อย ๆ หายไป
หงเหยียนเสวียเองก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แต่เนื่องจากพลังปรา