า” จางเชียนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเมื่อนึกถึงฉากนี้
”ดี!!” หลังจากที่ชายคนนั้นเอ่ยจบ เขาก็หยิบกระบอกไม้ไผ่เล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อ และหลังจากเปิดฝาออก แมลงที่มีลักษณะเหมือนแมลงวันตัวเล็ก ๆ ฝูงหนึ่งก็ได้บินออกมาและเข้าไปทางช่องว่างระหว่างประตู
หงเหยียนลั่วขมวดคิ้วกับภาพตรงหน้า ส่วนอาจื่อ นางพลันถามอย่างร้อนใจว่า “นายหญิง ยามนี้เราควรจะทำอย่างไร?”
”แมลงเข้าไปแล้ว จะหยุดมันก็สายเกินไป และเมืองแห่งนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อสู้กันบนถนน” หงเหยียนลั่วเอ่ยอย่างจนใจ
“ชายหนุ่มคนนั้น เขาจะไม่ตายหรือ?” อาจื่อร้อนใจ
“สองคนนั้นยังไม่อยากให้เขาตาย ดังนั้นชีวิตของเขาจึงไม่ตกอยู่ในอันตรายชั่วคราว”
หลังจากที่อาจื่อเข้าใจแล้ว นางก็เลือกที่จะสงบนิ่งและเฝ้าดูต่อไป
ทว่าในคฤหาสน์ยามนี้ หนานเหยากลับกำลังร้อนใจ “ดูสิ แมลงนั่นน่ะ พวกมันน่าขยะแขยงพอ ๆ กับแมลงวันไม่มีผิด!”
ลู่เฉินมองไปที่แมลงพวกนั้น เขาเห็นเพียงพวกมันเปล่งแสงสีดำจาง ๆ และยังพุ่งเข้ามาหาตนอย่างรวดเร็ว!
ตอนแรกหนานเหยาคิดว่าลู่เฉินจะหลบ แต่เมื่อนางเห็นว่าลู่เฉินไม่ขยับและปล่อยให้แมลงเข้าใกล้ นางจึงเริ่มร้อนใจ “เฮ้ ท่านไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?”
ลู่เฉินกลับฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย จากนั้นกำแพงโปร่งใสก็เปิดออก
แมลงเหล่านั้นโจมตีม่านโปร่งใสอย่างบ้าคลั่ง
แต่หลังจากที่ลู่เฉินเห็นว่าจุดชีวิตอันสุดท้ายยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เขาก็เอ่ยพึมพำว่า “มันยังอ่อ